ข้อมูล
  รู้ก่อนไปจีน
  ข้อมูลทั่วไป
  ยุทธศาสตร์
  กฎหมายทั่วไป
  กฎหมายการค้า
  กฎหมายการลงทุน
  กฎหมายเฉพาะ
  ข้อตกลงไทย-จีน
  การจัดตั้งบริษัท
  ทรัพย์สินทางปัญญา
  การขอฉลากสินค้า
  การตรวจสินค้านำเข้า
  ภาษีธุรกิจต่างชาติ
  บริษัทนำเข้า-ส่งออก
  ระบบการชำระเงินการค้าระหว่างประเทศ
  เขตเศรษฐกิจพิเศษ
  ระบบระงับข้อพิพาทและฟ้องคดี
  อาเซียน - จีน
  กฎหมายฝ่ายนิติบัญญัติ
  กฎระเบียบบริหาร
  คำพิพากษาศาลประชาชนสูงสุด
  กฎระเบียบท้องถิ่น
USER ID :
PASSWORD :
     
     
 
 
 

 
คุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับข้อมูลจีนใน Chinese Law Clinic





 
Untitled Document
.....ยินดีต้อนรับเข้าสู่ ศูนย์ความรู้เพื่อการค้าและการลงทุนกับจีน....
ถาม - ตอบปัญหากฎหมายการค้าการลงทุนในจีน โดย นายวิบูลย์ ตั้งกิตติภาภรณ์
 
รู้ก่อนไปจีน >> การขอวีซ่าเข้าจีน
     
 

1.ประเภทวีซ่าจีน
2.ข้อควรระวังก่อนเดินทางไปประเทศจีน
3.VISA ON ARRIVAL
4.ชาวต่างชาติประเภทใดที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศจีน
5.สิ่งของใดบ้างที่ต้องห้ามนำเข้าประเทศจีน
6.การยื่นคำร้องขอวีซ่าเข้าประเทศจีนมีขั้นตอนการปฏิบัติอย่างไรบ้าง
7.ขั้นตอนการปฏิบัติในการยื่นคำร้องขอวีซ่าเข้าประเทศจีน
8.กรณีเข้าจีนโดยไม่ต้องทำวีซ่าประเทศจีน
9.ขั้นตอนการขอใบอนุญาตพำนักอาศัยในจีนของชาวต่างชาติ
10.ค่าธรรมเนียมมาตรฐานสำหรับการขอ “ กรีนการ์ด” ในประเทศจีน
11.เอกสารที่ใช้ในการดำเนินการขอใบอนุญาตพำนักถาวรของชาวต่างชาติ
12.ประเภทของชาวต่างชาติที่พำนักอาศัยในประเทศจีน
13.สิทธิและหน้าที่ของชาวต่างชาติที่ได้รับหนังสืออนุญาตพำนักอาศัยถาวรในจีน
14.การอนุมัติหนังสืออนุญาตพำนักอาศัยถาวร เหมาะสำหรับชาวต่างชาติประเภทใด
15.ความแตกต่างระหว่างการพำนักอาศัยถาวรและการมีถิ่นที่อยู่
16.วิธีปฏิบัติเมื่อวีซ่า  ใบอนุญาตพำนักอาศัยครบกำหนด
17.ขั้นตอนการปฏิบัติของชาวต่างชาติที่ เกิด –ถึงแก่กรรมในประเทศจีน
18.ข้อควรรู้ในการยื่นขอวีซ่าและใบอนุญาตให้พำนักอาศัยสำหรับชาวต่างชาติ
19.การยื่นคำร้องขอวีซ่าจีนมีข้อควรระวังอะไรบ้าง
20.ชาวต่างชาติสามารถยื่นคำร้องขอทำนิติกรรมกับสถานฑูตหรือสถานกงสุลจีนได้หรือไม่
21.ชาวต่างชาติยื่นขอวีซ่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้าง
22.อายุของวีซ่ากับระยะเวลาที่อนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยได้มีความสัมพันธ์อันอย่างไร
23.เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นคำร้องขอใบอนุญาตพำนักอาศัยแบบถาวรในประเทศจีน


1. ประเภทวีซ่าจีน

             “กฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมชาวต่างชาติเข้าออกอาราจักรของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน”และข้อกำหนดว่าด้วยการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ได้ระบุไว้ว่า เนื่องด้วยชาวต่างชาติที่เข้ามาในอาณาจักรไม่เหมือนกัน จึงได้มีการแยกแยะประเภทของวีซ่าที่แตกต่างกันออกไป โดยใช้ตัวอักษรพินอินเป็นสัญลักษณ์ มีทั้งหมด 9 ประเภท ดังนี้  
      
        (L)  หมายถึง Tourism Visa วีซ่าสำหรับท่องเที่ยว
        (F)  หมายถึง Visit Visa วีซ่าสำหรับผู้เยี่ยมเยียนระยะสั้น
        (G)  หมายถึง Transit Visa วีซ่าผู้ที่ผ่านแดนหรือเปลี่ยนเครื่องบิน
        (C)  หมายถึง Crewmember Visa วีซ่าสำหรับพนักงานสายการบิน เช่น นักบิน แอร์โฮสเตส
        (D)  หมายถึง Resident Visa วีซ่าสำหรับผู้มีถิ่นที่ยู่อาศัยในจีน
        (Z)  หมายถึง Working Visa วีซ่าสำหรับผู้ทำงานในจีน 
        (X)  หมายถึง Student Visa วีซ่าสำหรับนักเรียน
        (J -1)   Journalist Visa 1 วีซ่าสำหรับผู้สื่อข่าวที่มาประจำอยู่ในประเทศจีน
        (J -2)   Journalist Visa 2 วีซ่าสำหรับผู้สื่อข่าวที่เข้ามาทำข่าวชั่วคราวในประเทศจีน

ที่มา เวปไซด์กระทรวงต่างปประเทศจีน


2. ข้อควรระวังก่อนเดินทางไปประเทศจีน  
    
           ขณะอยู่ในประเทศจีน ชาวต่างชาติจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของสาธารณรัฐประชาชนจีน 
          
          1. ก่อนเดินทางมาประเทศจีนผู้ขอวีซ่าต้องตรวจเช็คว่าวีซ่าหมดอายุหรือยังและมีจำนวนครั้งที่พอสามารถเข้าเมืองจีนได้ วีซ่าที่หมดอายุหรือมีจำนวนครั้งในการเข้าประเทศไม่เพียงพอจะต้องทำการยื่นเรื่องขอวีซ่าใหม่
          2. ชาวต่างชาติที่นำพาพืช สัตว์และเงินตราติดตัวมาด้วย จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศจีน และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับอนามัย การควบคุม ตรวจตราพืชและกักกันโรคสำหรับพืชและสัตว์ ศุลกากรและกรมควบคุมทางด้านการเงินของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน
          3. หลังจากเข้าประเทศแล้วชาวต่างชาติไม่อาจที่จะดำเนินกิจกรรมที่ไม่สอดคล้องกับกิจกรรมที่กรอกไว้ในใบคำขอวีซ่าได้
          4. พลเมืองชาวต่างชาติไม่สามารถอยู่ในประเทศจีนเกินกำหนดเวลาได้ ชาวต่างชาติจะต้องระมัดระวังตรวจดูระยะเวลามีผลบังคับใช้ของหนังสือเดินทางของตนเองและกำหนดระยะเวลาให้อยู่ในจีนได้ตามวีซ่าที่อนุมัติ  หากต้องการขยายระยะเวลาอยู่อาศัยในประเทศจีน จะต้องไปยื่นเรื่องขยายระยะเวลาต่อสำนักงานตำรวจก่อนวีซ่าครบกำหนด
          5. ชาวต่างชาติที่จะเดินไปทางท่องเที่ยวในเมืองหรืออำเภอที่ปิดสำหรับชาวต่างชาติ จะต้องขอใบอนุญาตท่องเที่ยวจากสำนักงานตำรวจประจำเมืองหรือหรืออำเภอท้องถิ่นล่วงหน้า หลังจากได้รับอนุญาติแล้วจึงเข้าไปท่องเที่ยวได้ ชาวต่างชาติที่ไม่ได้รับอนุญาติไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ปิดได้
          6. หากมีสถานการณ์ดังต่อไปนี้อาจถูกปฏิเสธให้ขึ้นเครื่องบิน หรือเข้าประเทศหรือถูกปรับได้ พึงใส่ใจหลีกเลี่ยงเสีย

             6.1 ผู้ที่เดินทางมายังประเทศจีนโดยไม่ได้มีการขอวีซ่าล่วงหน้า เว้นแต่เป็นบุคคลที่ได้รับยกเว้นการขอวีซ่า
             6.2 ผู้ที่ใช้วีซ่าที่หมดอายุแล้วเดินทางมายังประเทศจีน
             6.3 ผู้ที่อยู่ในประเทศจีนนานเกินกว่ากำหนดระยะเวลา
             6.4  ผู้ที่มีหนังสือเดินทางหมดอายุขณะอยู่ในประเทศจีน (ถึงแม้ว่าวีซ่ายังมีอายุหรือไม่ก็ตาม)

แหล่งที่มา: เวปไซด์กระทรวงต่างประเทศจีน


3.  VISA ON ARRIVAL
           
             หน่วยงานที่ได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้สามารถออกวีซ่า ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง (VISA ON ARRIVAL) ได้แก่ ด่านดังต่อไปนี้ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เทียนจิน ต้าเหลียน ฟูโจว (ฮกเกี้ยน) เซี่ยะเหมิน ซีอาน กุ๊ยหลิน หังโจว คุนหมิง กว่างโจว (สนามบินป๋ายหยุน) เซินเจิ้น (หลัวหู, เสอโค่ว) จูไห่ (ก่งเป่ย)
แหล่งที่มา: เวปไซด์กระทรวงต่างประเทศจีน


4. ชาวต่างชาติประเภทใดที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศจีน

          1. ผู้ถูกรัฐบาลจีนขับไล่ออกนอกประเทศ และยังไม่สิ้นสุดระยะเวลากำหนดห้ามเข้าประเทศ
          2. ผู้มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าหากเข้าประเทศแล้วจะทำการก่อการร้าย สร้างความรุนแรง หรือมีกิจกรรมเกี่ยวกับการล้มล้าง
          3. ผู้มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าหากเข้าประเทศแล้วจะทำการลักลอบหนีภาษีศุลกากร การค้ายาเสพติดให้โทษ การค้าประเวณี
          4. ผู้ป่วยโรคจิต โรคเรื้อน โรคเอดส์ โรคทางเพศสัมพันธ์ วัณโรคและโรคติดต่ออื่นๆ
          5. ผู้มีหลักประกันไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมในขณะอยู่ในประเทศจีน 
          6. ผู้มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าหากเข้าประเทศแล้วจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความมั่นคงสงบสุขและผลประโยชน์ของประเทศชาติ

แหล่งที่มา : “กฎหมายเกี่ยวกันการควบคุมชาวต่างชาติเข้าออกสาธารณรัฐประชาชนจีน”


5. สิ่งของใดบ้างที่ต้องห้ามนำเข้าประเทศจีน

         1. อาวุธ ของเลียนแบบอาวุธจริง ดินระเบิดและวัตถุระเบิด
         2. เงินปลอมและพันธบัตรปลอม
         3. สิ่งตีพิมพ์ ม้วนฟิล์ม รูปภาพ แผ่นเสียง ฟิล์มภาพยนต์ เทปบันทึกเสียง เทปบันทึกภาพ แผ่นซีดี หน่วยความจำคอมพิวเตอร์และสิ่งของอื่นๆที่ส่งผลร้ายต่อการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรมและศีลธรรมของประเทศจีน
         4. ยาพิษชนิดรุนแรงทุกประเภท
         5. ฝิ่น มอร์ฟีน เฮโรอีน กัญชารวมถึงสิ่งมึนเมาและยากระตุ้นประสาทที่ทำให้ผู้คนเสพติดได้
         6. เชื้อโรคอันตราย แมลงรวมถึงพืช สัตว์และสิ่งอื่นๆที่เป็นภัยต่อสิ่งมีชีวิต
         7. ผลิตภัณฑ์อาหาร ผลิตภัณฑ์ยาและสิ่งอื่นใด ที่มีผลต่อสุขภาพของคนหรือสัตว์ สิ่งของที่มาจากเขตโรคติดต่อและที่สามารถแพร่เชื้อโรคได้

แหล่งที่มา : เวปไซด์กรมศุลกากรกลาง
 
6. การยื่นคำร้องขอวีซ่าเข้าประเทศจีนมีขั้นตอนการปฏิบัติอย่างไรบ้าง 
       
       ชาวต่างชาติที่ต้องการขอวีซ่าเข้าประเทศจีนต้องตอบคำถามเกี่ยวกับข้อมูลต่างๆตามขั้นตอนต่อไปนี้
    
      (1) หนังสือเดินทางหรือเอกสารอื่นใดที่สามารถใช้แทนหนังสือเดินทางได้
      (2) กรอกแบบฟอร์มคำขอวีซ่า พร้อมแนบรูปถ่ายปัจจุบันหน้าตรงขนาด 2 นิ้ว
      (3) แสดงเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องถึงความจำเป็นในการเดินทางเข้าประเทศจีน
    
       เอกสาร (3) คือเอกสารที่ประกอบเพื่อระบุการขอวีซ่าประเภทต่างๆ
      
       (1)  การขอวีซ่า D ผู้ขอต้องมีแบบคำขอการมีถิ่นที่อยู่ของบุคคลในจีน โดยแบบคำขอดังกล่าวผู้ยื่นหรือญาติจะเป็น
              ผู้ทำการขอต่อสถานีตำรวจพื้นที่ แผนกตรวจคนเข้าเมืองแล้วก่อนเพื่อนำมาประกอบการขอวีซ่า
       (2)  การขอวีซ่า Z ผู้ขอต้องมีหลักฐานการจ้างงานหรือเอกสารแสดงการว่าจ้างจากนายจ้างประเทศจีน หรือหนังสือ
             เชิญอย่าเป็นทางการจากหน่วยงานประกอบคำขอวีซ่า
       (3)  การขอวีซ่า X ผู้ขอต้องได้รับเอกสารการตอบรับจากหน่วยงานหรือต้นสังกัด
       (4)  การขอวีซ่า F ผู้ขอต้องได้รับหนังสือเชิญอย่าเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
       (5)  การขอวีซ่า L  เป็นวีซ่าสำหรับการเดินทางเพื่อท่องเที่ยวในประเทศจีน ผู้ขอต้องแสดงหน่วยงานท่องเที่ยวที่รับ
             ผิดชอบ  บัตรโดยสารเครื่องบิน รถโดยสาร หรือเรือที่ใช้ในการเดินทางเข้าออกประเทศจีน
       (6)  การขอวีซ่า G ผู้ขอต้องแสดงวีซ่าที่ยังมีอายุของประเทศที่จะเดินทางต่อไป  และถ้าประเทศที่จะเดินทางต่อไป
             ไม่ต้องทำวีซ่า ผู้ขอต้องแสดงตั๋วโดยสารเพื่อเดินทางไปยังประเทศนั้น
       (7)  การขอวีซ่า C ผู้ขอต้องแสดงเอกสารข้อตกลงโดยถือตามข้อตกลงที่กำหนด
       (8)  การขอวีซ่า J-1 , J-2 ผู้ขอต้องมีหนังสือแสดงจากหน่วยงานต้นสังกัด กรณีที่ชาวต่างชาติที่ต้องการมีถิ่นที่อยู่
             หรือพำนักอาศัยเกินกว่า 1 ปี ผู้ขอวีซ่านั้นต้องแสดงใบรับรองสุขภาพจากสถานพยาบาลที่รัฐบาลจีนกำหนด
             หรือ ใบรับรองสุขภาพจากสถานพยาบาลอื่นใดที่มีหน่วยงานได้ทำการรับรองเอกสารถูกต้องตามกฎหมาย  โดย
             หนังสือรับรองสุขภาพต้องมีอายุไม่เกิน 6 เดือน 
 
 แหล่งข้อมูล เวปไซต์กระทรวงต่างประเทศ


7. ขั้นตอนการปฏิบัติในการยื่นคำร้องขอวีซ่าเข้าประเทศจีน

      ชาวต่างชาติที่ต้องการขอวีซ่าเข้าประเทศจีนต้องตอบคำถามเกี่ยวกับข้อมูลต่างๆตามขั้นตอนต่อไปนี้
        
       (1) หนังสือเดินทางหรือเอกสารอื่นใดที่สามารถใช้แทนหนังสือเดินทางได้
       (2) กรอกแบบฟอร์มคำขอวีซ่า พร้อมแนบรูปถ่ายปัจจุบันหน้าตรงขนาด 2 นิ้ว
       (3) แสดงเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องถึงความจำเป็นในการเดินทางเข้าประเทศจีน

     เอกสาร (3) คือเอกสารที่ประกอบเพื่อระบุการขอวีซ่าประเภทต่างๆ

       (1)  การขอวีซ่า D ผู้ขอต้องมีแบบคำขอการมีถิ่นที่อยู่ของบุคคลในจีน โดยแบบคำขอดังกล่าวผู้ยื่นหรือญาติจะเป็น
              ผู้ทำการขอต่อสถานีตำรวจพื้นที่ แผนกตรวจคนเข้าเมืองแล้วก่อนเพื่อนำมาประกอบการขอวีซ่า
       (2)  การขอวีซ่า Z ผู้ขอต้องมีหลักฐานการจ้างงานหรือเอกสารแสดงการว่าจ้างจากนายจ้างประเทศจีน หรือหนังสือ
             เชิญอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานประกอบคำขอวีซ่า
       (3)  การขอวีซ่า X ผู้ขอต้องได้รับเอกสารการตอบรับจากหน่วยงานหรือต้นสังกัด
       (4)  การขอวีซ่า F ผู้ขอต้องได้รับหนังสือเชิญอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
       (5)  การขอวีซ่า L  เป็นวีซ่าสำหรับการเดินทางเพื่อท่องเที่ยวในประเทศจีน ผู้ขอต้องแสดงหน่วยงานท่องเที่ยวที่รับ
              ผิดชอบ  บัตรโดยสารเครื่องบิน รถโดยสาร หรือเรือที่ใช้ในการเดินทางเข้าออกประเทศจีน
       (6)  การขอวีซ่า G ผู้ขอต้องแสดงวีซ่าที่ยังมีอายุของประเทศที่จะเดินทางต่อไป  และถ้าประเทศที่จะเดินทางต่อไป
             ไม่ต้องทำวีซ่า ผู้ขอต้องแสดงตั๋วโดยสารเพื่อเดินทางไปยังประเทศนั้น
       (7)  การขอวีซ่า C ผู้ขอต้องแสดงเอกสารข้อตกลงโดยถือตามข้อตกลงที่กำหนด
       (8)  การขอวีซ่า J-1 , J-2 ผู้ขอต้องมีหนังสือแสดงจากหน่วยงานต้นสังกัด กรณีที่ชาวต่างชาติที่ต้องการมีถิ่นที่อยู่
             หรือพำนักอาศัยเกินกว่า 1 ปี ผู้ขอวีซ่านั้นต้องแสดงใบรับรองสุขภาพจากสถานพยาบาลที่รัฐบาลจีนกำหนด
             หรือ ใบรับรองสุขภาพจากสถานพยาบาลอื่นใดที่มีหน่วยงานได้ทำการรับรองเอกสารถูกต้องตามกฎหมาย
             โดยหนังสือรับรองสุขภาพต้องมีอายุไม่เกิน 6 เดือน

8. กรณีเข้าจีนโดยไม่ต้องทำวีซ่าประเทศจีน

        1.  ผู้ถือหนังสือเดินทางของประเทศที่มีการทำข้อตกลงกับประเทศจีน ว่าด้วยการยกเว้นการทำวีซ่า
        2.  ผู้โดยสารที่ทำการเปลี่ยนเครื่อง ต่อเครื่อง หรือพักเครื่องเพื่อที่จะเดินทางไปยังประเทศอื่น โดยการหยุดพักรอ
             การเปลี่ยนเครื่องต้องไม่เกิน 24 ชั่วโมง และไม่ออกจากสนามบิน ได้รับการยกเว้นการขอวีซ่า  กรณีที่ต้องการ
             ออกจากสนามบินต้องทำการยื่นคำขออนุญาตพักค้างกับกองตรวจคนเข้าเมือง
        3.  เครื่องบินและเรือต่างชาติที่หยุดชั่วคราวพักบริเวณท่า  เจ้าหน้าที่ต่างชาติรวมถึงญาติและผู้ติดตาม ต้องการขึ้น
             ฝั่งเข้าเมืองแต่ไม่ออกจากเมืองที่เทียบท่าให้ทำการขออนุญาตขึ้นฝั่งกับกองตรวจคนเข้าเมืองที่หน้าด่าน  หาก
             ต้องการพักค้างคืนต้องทำการยื่นขออนุญาตด้วยเช่นกัน แต่ถ้าต้องการเดินทางไปยังเมืองอื่น หรือไม่เดินทาง
             ต่อไปกับเรือ ต้องยื่นขอวีซ่ากับสถานีตำรวจในเขตนั้น

แหล่งข้อมูล เวปไซต์กระทรวงต่างประเทศ


9. ขั้นตอนการขอใบอนุญาตพำนักอาศัยในจีนของชาวต่างชาติ

          -  ใบอนุญาตพำนักอาศัยในจีนของชาวต่างชาติแบ่งเป็น ใบอนุญาตพำนักอาศัยถาวร และใบอนุญาตพำนักอาศัย
              ชั่วคราว
          -  ใบอนุญาตพำนักอาศัยถาวร  ออกให้แก่บุคคลที่พำนักอาศัยในประเทศจีนเกินกว่า 1 ปี
          -  ใบอนุญาตพำนักอาศัยชั่วคราว  ออกให้แก่บุคคลที่พำนักอาศัยในประเทศจีนไม่เกิน 1 ปี

เงื่อนไขการขออนุญาต
      
          ผู้ที่ถือวีซ่าประเภท D, Z,X,J-1  หรือผู้ถือหนังสือเดินทางของประเทศที่ได้ทำข้อตกลงยกเว้นการขอวีซ่ากับจีน หากต้องพำนักอาศัยในประเทศจีนเกินว่า 30 วัน ต้องทำการขออนุญาตพำนักชั่วคราหรือถาวรกับสถานีตำรวจในเขตที่พักอาศัยภายใน 30 วัน
 
          หนังสืออนุญาตพำนักอาศัยในจีนจะระบุระยะเวลาที่สามารถพำนักอาศัยในประเทศจีนไว้  บุคคลที่ถือวีซ่าประเภท  F, L, G, C สำมารถพำนักอาศัยในประเทศจีนตามระยะเวลาที่นระบุในวีซ่า โดยมิต้องทำการขออนุญาตพำนักอาศัยใดๆ

หน่วยงานที่ดำเนินการ
 
      สถานีตำรวจท้องที่ แผนกตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)

ขั้นตอนการยื่นขอ

       ชาวต่างชาติที่ทำการยื่นขออนุญาตพำนักอาศัยต้องตอบคำถามที่เกี่ยวข้องกับสภาพและความจำเป็นในการขออนุญาตและปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้

       (1) ยื่นหนังเดินทางและวีซ่าเพื่อทำการตรวจสอบ
       (2) ชี้แจงเหตุผล ความจำเป็นที่ต้องพำนักพักอาศัย

        อนึ่ง  ชาวต่างชาติที่ยังมิได้สิทธิพำนักอาศัยในประเทศจีนหากประสงค์จะทำงานต้องขอรับใบอนุญาตทำงานด้วย

             บุคคลดังต่อไปนี้ไม่ต้องขอหนังสืออนุญาต

            1. ชาวต่างชาติที่ถือ”หนังสือรับรองผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน”
            2. ชาวต่างชาติที่ถือ “หนังสือทำงานทางด้านปิโตเคมีในทะเลที่เป็นอาเขตของประเทศจีน” ซึ่งทำงานในหน้าที่
                ดังกล่าวโดยไม่มีการขึ้นบก
            3. ชาวต่างชาติที่ถือ “ ใบอนุญาตประกอบกิจการแสดงชั่วคราว” ที่อนุมัติโดยกระทรวงวัฒนธรรมที่ทำการแสดง
                ทางด้านศิลปะ
       (3) กรอกรายละเอียดในใบคำขอ
       (4)  ในรับรองสุขภาพ และรูปถ่ายปัจจุบันหน้าตรงขนาด 2 นิ้วไม่ใส่แว่นกันแดดและหมวก

แหล่งข้อมูล เวปไซต์กระทรวงต่างประเทศ


10. ค่าธรรมเนียมมาตรฐานสำหรับการขอ “ กรีนการ์ด” ในประเทศจีน

           อัตราค่าธรรมเนียมสำหรับคำขออนุญาตพำนักอาศัยถาวรในจีนสำหรับชาวต่างชาติ คิดอัตรา  1500 หยวน / คน อัตราค่าธรรมเนียมสำหรับการออกหนังสืออนุญาตพำนักอาศัยถาวร  ฉบับละ 300 หยวน  รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 1,800 หยวน

           สำหรับชาวต่างชาติที่มีหนังสืออนุญาตพำนักถาวรที่ยังไม่หมดอายุ และต้องการออกหนังสืออนุญาตพำนักถาวรฉบับใหม่เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใหม่หรือเปลี่ยนฉบับใหม่ หรือขอออกใบแทนค่าธรรมเนียมการออกหนังสือฉบับใหม่ ฉบับละ 300หยวน

           สำหรับชาวต่างชาติที่ทำหนังสืออนุญาตชำรุดหรือสูญหาย และประสงค์ขอออกฉบับใหม่หรือขอออกใบแทน อัตราค่าธรรมเนียมการออกหนังสือฉบับใหม่ ฉบับละ 600 หยวน


แหล่งข้อมูล เวปไซต์สำนักงานตำรวจ
 

11.  เอกสารที่ใช้ในการดำเนินการขอใบอนุญาตพำนักถาวรของชาวต่างชาติ

         1. กรอกแบบ “ คำขอพำนักถาวรสำหรับชาวต่างชาติ”
         2. หนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุหรือเอกสารอื่นใดที่สามารถใช้แทนหนังสือเดินทาง
         3. ใบตรวจโรคจากสถานพยาบาลที่กำหนดโดยรัฐบาลจีนหรือสถานฑูตจีน โดยต้องทำการรับรองเอกสารโดย
              สถานทูต
         4. หนังสือรับรองการไม่เคยมีประวัติอาชญากรรม และทำการรับรองเอกสารโดยสถานทูตจีน
         5. รูปสีหน้าตรงเห็นหน้าชัดเจน ไม่สวมแว่นกันแดด ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 4 ใบ
         6. เอกสารประกอบอื่นที่อยู่ในข้อกำหนดของการขออนุญาตพำนักถาวร

แหล่งข้อมูล เว็ปไซต์สำนักงานตำรวจ


12.  ประเภทของชาวต่างชาติที่พำนักอาศัยในประเทศจีน

         ตามข้อกำหนดของ กฏหมายการตรวจคนเข้าเมืองประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้กำหนดว่า ชาวต่างชาติที่พำนักอาศัยในประเทศจีนแบ่งออกเป็น3ประเภท คือ พำนักอาศัยระยะสั้น เข้าจีน พำนักอาศัยระยะยาว และ พำนักอาศัยถาวร

         พำนักอาศัยระยะสั้น หมายถึงการเดินทางเข้าจีนเพื่อการท่องเที่ยว  เยี่ยมญาติ ติดต่อธุรกิจ เป็นต้น

         พำนักอาศัยระยะยาว หมายถึงการเดินทางเข้าจีนเพื่อการศึกษา การทำงาน การลงทุนในประเทศจีน การพำนักอาศัยระยะสั้นนั้น โดยปกติจะอนุมัติวีซ่าไม่เกิน 1 ปี ส่วนการพำนักระยะยาวนั้นโดยปกติอนุมัติให้เป็นวีซ่าเข้าออกแบบหลายครั้ง มีอายุ 1-5 ปี และหนังสืออนุญาตให้พำนักอาศัยอยู่ในจีนได้

         การอนุมัติการพำนักอาศัยระยะสั้นและระยะยาวในจีนนั้น สะดวกสำหรับชาวต่างชาติมากและสอดคล้องกับความต้องการของชาวต่างชาติในการเดินทางเข้ามายังประเทศจีนทั้งเพื่อการท่องเที่ยว ดำเนินธุรกิจ  ทำงานการ การดำรงชีพ

แหล่งข้อมูล เวปไซต์กระทรวงต่างประเทศ


13.  สิทธิและหน้าที่ของชาวต่างชาติที่ได้รับหนังสืออนุญาตพำนักอาศัยถาวรในจีน
        
          ชาวต่างชาติที่มีใบอนุญาตพำนักถาวรมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายอย่างไรบ้าง
      
          วิธีการจัดการการอนุญาตการพำนักถาวรของชาวต่างชาติ มีข้อกำหนดสำคัญสำหรับชาวต่างชาติที่ได้รับสิทธิการพำนักถาวร นอกจากสามารถพำนักในประเทศจีนเป็นระยะเวลานานแล้วยังสามารถเดินทางเข้าออกประเทศจีนโดยไม่ต้องทำการขอวีซ่าอีก   ในส่วนที่ได้รับใบอนุญาตพำนักถาวรแล้วมีสิทธิและหน้าที่ตามกฏหมาย โดยยึดหลักตามกฎหมายของประเทศจีน  กล่าวคือ มีสิทธิตามกฎหมายที่กำหนดไว้อย่างสมบูรณ์และมีหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามที่กฎหมากำหนดเช่นกัน

แหล่งข้อมูล เวปไซต์สำนักงานตำรวจ

14. การอนุมัติหนังสืออนุญาตพำนักอาศัยถาวร เหมาะสำหรับชาวต่างชาติประเภทใด
          
                 กฎระเบียบ «วิธีการอนุมัติให้คนต่างชาติพำนักอาศัยถาวรในจีน» ใช้บังคับกับชาวต่างชาติ สำหรับชาวจีนโพ้นทะเลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศจีนนั้น จากกฎระเบียบข้างต้น ถ้าบุคคลนั้นๆยังถือหนังสือเดินทางชาวจีนโพ้นทะเลและถือสัญชาติจีนอยู่นั้น ไม่อาจบังคับใช้กับกฎระเบียบดังกล่าวได้ ตามกฏหมาย«ข้อบังคับการตรวจคนเช้าเมืองปี 1986» ได้กำหนดไว้ว่า ถ้าชาวจีนโพ้นทะเลต้องการกลับมาขอถิ่นที่อยู่ในประเทศจีนสามารถทำเรื่องขออนุมัติจากสถานกงศุลใหญ่ หรือสถานฑูตจีนประจำต่างประเทศได้ หรือจะทำเรื่องขออนุญาตมีถิ่นที่อยู่กับสำนักงานตำรวจประจำถิ่นที่ประสงค์จะขอพำนักถาวรในจีนด้วยคนเองหรือให้ญาติเป็นผู้ยื่นขอแทนก็ได้ เมื่อสำนักงานตำรวจประจำถิ่นนั้นได้ทำการตรวจสอบ อนุมัติและออกหนังสือรับรองให้กลับประเทศได้แล้ว บุคคลดังกล่าวก็สามารถเดินทางกลับเข้ามาในประเทศจีนเพื่อดำเนินการขอมีถิ่นที่อยู่ถาวรในจีนต่อไป

 แหล่งข้อมูล เวปไซต์สำนักงานตำรวจ

15. ความแตกต่างระหว่างการพำนักอาศัยถาวรและการมีถิ่นที่อยู่
 
                 จากกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง เดิมได้กำหนดใช้ทั้ง การพำนักอาศัยถาวรและการมีถิ่นที่อยู่  ในเวลานั้นการอนุมัติการมีถิ่นที่อยู่จะให้แก่บุคคลที่มีคู่สมรสหรือครอบครัวที่อยู่ในประเทศจีนและสำหรับ การพำนักอาศัยถาวร ให้สำหรับชาวต่างชาติที่ที่ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศจีน.  แต่ในมุมมองของกฎหมาย มิได้มีความแตกต่างกันมากนัก โดยเฉพาะเมื่อทำการอนุมัติไปแล้ว มีสิทธิหน้าที่และผลประโยชน์ที่ได้รับเหมือนกัน. จากการปฏิบัติงานที่ผ่านมาพบว่า โดยเฉพาะขั้นตอนการยื่นคำร้องจนถึงการอนุมัตินั้นแบบใหม่นั้น ได้ทำการศึกษาอย่างละเอียดพบว่าในปัจจุบันไม่มีความแตกต่างใดๆของหนังสือทั้งสองฉบับ ดังนั้นในการพิจารณาอนุมัติแบบใหม่นี้จึงเรียกเอกสารนั้นนี้ว่าเป็น ใบอนุญาตพำนักถาวร สำหรับชาวต่างชาติเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

แหล่งข้อมูล เวปไซต์ หน่วยงานเผยแพร่ข้อมูลสำนักงานตำรวจ


16.วิธีปฏิบัติเมื่อวีซ่า  ใบอนุญาตพำนักอาศัยครบกำหนด
 
                       กรณีวีซ่า ใบอนุญาตพำนักอาศัยครบกำหนดแต่ผู้นั้นยังต้องการพำนักอาศัยในประเทศจีนต่อไปแล้ว ต้องทำการขออนุญาตต่อวีซ่า  ต่อใบอนุญาตพำนักอาศัย กับแผนกตรวจคนเข้าเมืองล่วงหน้า 3 วันก่อนที่วีซ่าหรือ ใบอนุญาตพำนักจะหมดอายุ โดยยื่นคำร้องพร้อมหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ ใบอนุญาตพำนักอาศัยที่ยังไม่หมดอายุ และเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้อง

แหล่งข้อมูล เวปไซต์กระทรวงต่างประเทศ


17.ขั้นตอนการปฏิบัติของชาวต่างชาติที่ เกิด – ถึงแก่กรรมในประเทศจีน  
       
            ตาม«ระเบียบว่าด้วยการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองสำหรับชาวต่างชาติของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน» มาตราที่ 26กำหนดว่า เด็กทารกที่ถือกำเนิดบนประเทศจีน บิดา มารดาหรือผู้แทนต้องนำหลักฐานไปทำการแจ้งเกิดกับสถานีตำรวจท้องที่ภายใน 30 วัน  มาตราที่27กำหนดว่า กรณีชาวต่างชาติถึงแก่กรรมในประเทศจีน ญาติหรือผู้อนุบาลหรือผู้แทนต้องทำการแจ้งการเสียชีวิตและทำการแจ้งยกเลิกใบอนุญาตการพำนักในจีนหรือวีซ่าของผู้ตายภายใน 3 วัน  กรณีที่ชาวต่างชาติมิได้เสียชีวิตตามปกติวิสัย  บุคคลที่เกี่ยวข้องหรือเป็นผู้พบผู้เสียชีวิตต้องเข้าแจ้งต่อสถานีตำรวจโดยเร็วที่สุด

แหล่งข้อมูล เวปไซต์กระทรวงต่างประเทศ


18. ข้อควรรู้ในการยื่นขอวีซ่าและใบอนุญาตให้พำนักอาศัยสำหรับชาวต่างชาติ

       1. ชาวต่างชาติจะต้องดำเนินการยื่นคำขอวีซ่าและใบอนุญาตให้พำนักอาศัยต่อสำนักงานตำรวจประจำมหานครแผนกตรวจคนเข้าเมือง หรือสำนักงานตำรวจประจำเมืองแผนกตรวจคนเข้าเมืองซึ่งมีหน่วยงานเฉพาสำหรับตรวจคนเข้าเมือง
       2. ชาวต่างชาติที่ยื่นขอวีซ่าและใบอนุญาตให้พำนักอาศัย จะต้องตอบข้อซักถามและยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้

             (1) เอกสารการเดินทางระหว่างประเทศที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่ ซึ่งหมายรวมถึง หนังสือเดินทางทูต หนังสือเดินทางราชการ (สำหรับข้าราชการหรือประเภทพิเศษ) และหนังสือเดินทางทั่วไป เป็นต้น
             (2) แบบฟอร์ม “ใบคำขอวีซ่าและใบอนุญาตให้พำนักอาศัยสำหรับชาวต่างชาติ” พร้อมรูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว หน้าตรงไม่สวมหมวก
             (3) เอกสารประกอบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการใช้ยื่นขอวีซ่าและใบอนุญาตให้พำนักอาศัย

       3. การยื่นขอวีซ่า ขยายระยะเวลาใบอนุญาตให้พำนักอาศัย ขอเพิ่มจำนวนครั้งของวีซ่า หรือทำการเปลี่ยนแปลงแก้ไข รวมเรียกว่าการยื่นขอวีซ่าและใบอนุญาตให้พำนักอาศัย
       4. การยื่นขอวีซ่าและใบอนุญาตให้พำนักอาศัย ผู้ขอจะต้องเป็นผู้ดำเนินการด้วยตนเอง ณ สำนักงานตำรวจแผนก
ตรวจคนเข้าเมือง ยกเว้นในกรณีดังต่อไปนี้
             1. กรณียื่นขอวีซ่าประเภท L : ผู้ที่เดินทางมาเยี่ยมญาติสามารถมอบหมายให้ญาติซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศจีนเป็นผู้ดำเนินการแทนได้ กลุ่มนักท่องเที่ยวสามารถมอบหมายให้บริษัทนำเที่ยวเป็นผู้ดำเนินการแทนได้ และผู้ที่มาเยี่ยมผู้ป่วยสามารถมอบหมายให้ญาติหรือหน่วยงานเจ้าภาพเป็นผู้ดำเนินการแทนได้ 
             2. กรณียื่นขอวีซ่าประเภท F : ผู้ขอสามารถให้หน่วยงานเจ้าภาพเป็นผู้ดำเนินการแทนได้ 
             3. กรณียื่นขอใบอนุญาตให้พำนักอาศัย : ผู้ขอสามารถมอบหมายให้บริษัทผู้ว่าจ้างหรือสถานศึกษาเป็นผู้ดำเนินการแทนได้ อนึ่ง ผู้ขอจะต้องมาดำเนินการด้วยตนเองสำหรับการยื่นขอในครั้งแรก
 
       5. เมื่อสำนักงานตำรวจแผนกตรวจคนเข้าเมืองได้อนุมัติวีซ่าหรือใบอนุญาตให้พำนักอาศัยแล้ว ผู้ขอสามารถมารับเอกสารได้ภายใน 5 วันทำการนับจากวันยื่นคำขอ
       6. กรณีผู้เดินทางจากประเทศที่ได้รับการยกเว้นวีซ่าจากฝ่ายจีน เมื่อเดินทางเข้าประเทศแล้ว ไม่ต้องยื่นคำขอวีซ่าหรือใบอนุญาตให้พำนักอาศัยต่อสำนักงานตำรวจแต่อย่างใด
       7. ชาวต่างชาติที่เดินทางมาประเทศจีนเพื่อท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ หรือประกอบธุระส่วนบุคคล จะต้องยื่นขอวีซ่าประเภท L

             (ก) นักท่องเที่ยว

                  1. กรณียื่นขอวีซ่าประเภทบุคคลทั่วไป ผู้ขอจะต้องยื่นเอกสารรับรองจากหน่วยงานเจ้าภาพ หากไม่มีหน่วยงานเจ้าภาพ จะต้องยื่นเอกสารรับรองทางการเงินที่แสดงว่า ผู้ขอจะสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในขณะที่พำนักอยู่ในประเทศจีนได้ (เช่น เงินสด เช็คเดินทาง ตั๋วแลกเงิน บัตรกดเงินสด เป็นต้น โดยคำนวณจากอัตรา 100 ดอลล่าร์สหรัฐต่อวัน) โดยจะได้รับวีซ่าจำนวน 0 ครั้ง  1 ครั้ง หรือ สูงสุด 2 ครั้ง มีอายุวีซ่า 1 ปี
                  2. กรณีกลุ่มนักท่องเที่ยวไม่สามารถยื่นขอวีซ่าประเภทกลุ่มเนื่องด้วยเหตุสุดวิสัย ผู้ขอจะต้องยื่นเอกสารรับรองจากหน่วยงานเจ้าภาพ โดยจะได้รับวีซ่าประเภทกลุ่มแบบมิสามารถเดินทางออกนอกประเทศพร้อมกลุ่ม จำนวน 0 ครั้ง มีอายุวีซ่าตามสภาพความเป็นจริง และสามารถยื่นขอได้เพียง 1 ครั้ง
                  3. กรณียื่นขอวีซ่าประเภทกลุ่มแบบมิสามารถเดินทางออกนอกประเทศพร้อมกลุ่มได้ ผู้ขอจะต้องยื่นเอกสารรับรองจากหน่วยงานเจ้าภาพ โดยจะได้รับวีซ่าจำนวน 0 ครั้ง มีอายุวีซ่า 1 เดือน 
                  4. กรณียื่นขอวีซ่าประเภทกลุ่มใหม่เนื่องจากหนังสือเดินทางสูญหาย ผู้ขอจะต้องยื่นเอกสารรับรองจากหน่วยงานเจ้าภาพ พร้อมสำเนาวีซ่าที่ใช้ในการเดินทางเข้าประเทศ โดยจะได้รับวีซ่าจำนวน 0 ครั้ง และมีกำหนดระยะเวลาในการพำนักในประเทศตามวีซ่าฉบับเดิม

             (ข) ผู้ที่เดินทางเพื่อเยี่ยมญาติ
 
                  1. กรณีผู้ขอเป็นคู่สมรส บิดามารดา หรือบุตรที่มีอายุยังไม่ครบ 18 ปีบริบูรณ์ ของชาวจีน หรือชาวต่างชาติที่มี “ใบพำนักอาศัยถาวรสำหรับชาวต่างชาติ” คู่สมรสจะต้องยื่นใบสำคัญการสมรส บิดามารดาจะต้องยื่นหลักฐานการเป็นบิดามารดา บุตรจะต้องยื่นใบสูติบัตรหรือหลักฐานการเป็นบุตร ผู้ที่เดินทางมาเยี่ยมญาติชาวจีนโพ้นทะเล จีนฮ่องกง จีนมาเก๊า และจีนไต้หวัน จะต้องยื่นหลักฐานการพำนักระยะยาวที่ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน องค์กรต่างชาติจะต้องแสดงเอกสารที่เกี่ยวข้องที่ผ่านการรับรองเอกสารจากสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลจีนประจำต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
                       (1) กรณีเยี่ยมญาติที่อาศัยอยู่ในประเทศจีน ผู้ขอจะต้องยื่นทะเบียนบ้าน หรือเอกสารรับรองที่อยู่ ณ ปัจจุบัน และบัตรประชาชนของผู้เป็นญาติ
                       (2) กรณีเยี่ยมญาติที่เป็นชาวจีนโพ้นทะเล ผู้ขอจะต้องยื่นหนังสือเดินทางประเทศจีน และหลักฐานแสดงการตั้งถิ่นฐานในต่างประเทศของผู้เป็นญาติ
                       (3) กรณีเยี่ยมญาติที่เป็นชาวจีนฮ่องกงและจีนมาเก๊า ผู้ขอจะต้องยื่น “เอกสารการเดินทางเข้าออกแผ่นดินจีนสำหรับชาวจีนฮ่องกงและจีนมาเก๊า” หรือ “เอกสารการเดินทางกลับภูมิลำเนาของพี่น้องชาวจีนฮ่องกงและจีนมาเก๊า” ของผู้เป็นญาติ
                       (4) กรณีเยี่ยมญาติที่เป็นชาวจีนไต้หวัน ผู้ขอจะต้องยื่น “เอกสารการเดินทางเข้าออกจีนแผ่นดินใหญ่สำหรับชาวจีนไต้หวัน” หรือ “เอกสารการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน” ของผู้เป็นญาติ
                       (5) กรณีเยี่ยมญาติชาวต่างชาติที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศจีน และมี “ใบพำนักอาศัยถาวรสำหรับชาวต่างชาติ” ผู้ขอจะต้องยื่น “ใบพำนักอาศัยถาวรสำหรับชาวต่างชาติ” ของผู้เป็นญาติ
                  2. กรณีผู้ขอเป็นคู่สมรสของนักศึกษาต่างชาติ บุตรที่มีอายุยังไม่ครบ 18 ปีบริบูรณ์ บิดามารดาของนักศึกษาต่างชาติที่มีอายุยังไม่ครบ 18 ปีบริบูรณ์ หรือผู้ปกครองชาวต่างชาติ ผู้ขอจะต้องยื่นเอกสารรับรองซึ่งออกโดยสถานศึกษา รวมถึงหนังสือเดินทางหรือใบอนุญาตให้พำนักอาศัยของนักศึกษาต่างชาติ คู่สมรสจะต้องยื่นใบสำคัญการสมรส บุตรจะต้องยื่นหนังสือหลักฐานการเป็นบุตร ผู้ปกครองจะต้องยื่นหนังสือมอบอำนาจจากบิดามารดาของนักศึกษาต่างชาติ องค์กรต่างชาติจะต้องแสดงเอกสารที่เกี่ยวข้องที่ผ่านการรับรองเอกสารจากสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลจีนประจำต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
                  3. กรณีผู้ขอวีซ่าเป็นชาวต่างชาติที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ไม่มีญาติสายตรงในต่างประเทศ และเป็นผู้ที่ได้รับการอุปการะจากญาติสายตรงที่อาศัยอยู่ในประเทศจีน ผู้ขอจะต้องยื่นทะเบียนบ้านของผู้ให้การอุปการะชาวจีน หรือ “ใบพำนักอาศัยถาวรสำหรับชาวต่างชาติ” ของผู้ให้การอุปการะชาวต่างชาติ หลักฐานแสดงความเป็นญาติสายตรงกับผู้ให้การอุปการะ และหลักฐานที่แสดงว่าเป็นผู้ไม่มีญาติสายตรงในต่างประเทศ หลักฐานแสดงแหล่งที่มาของรายได้ของผู้รับการอุปการะ รวมถึงหลักฐานการค้ำประกันของผู้ให้การอุปการะ เอกสารการถือครองสิทธิ์หรือการเช่าบ้านของผู้รับการอุปการะหรือผู้ให้การอุปการะ ซึ่งผ่านการรับรองเอกสารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว องค์กรต่างชาติจะต้องแสดงเอกสารที่เกี่ยวข้องที่ผ่านการรับรองเอกสารจากสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลจีนประจำต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
                  4. กรณีผู้ขอวีซ่าเป็นชาวจีนโพ้นทะเลสัญชาติต่างชาติที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ และได้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศจีน รวมถึงคู่สมรสและบุตรที่มีอายุยังไม่ครบ 18 ปีบริบูรณ์ ผู้ขอจะต้องยื่นหนังสือรับรองสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ หลักฐานแสดงแหล่งที่มาของรายได้ (เช่น ตั๋วแลกเงิน บัญชีเงินฝาก บัตรกดเงินสด เป็นต้น) หรือหนังสือค้ำประกัน หรือหนังสือค้ำประกันตนเอง ที่ผ่านการรับรองเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในประเทศ คู่สมรสจะต้องยื่นใบสำคัญการสมรส บุตรจะต้องยื่นใบสูติบัตรหรือหลักฐานการเป็นบุตร องค์กรต่างชาติจะต้องแสดงเอกสารที่เกี่ยวข้องที่ผ่านการรับรองเอกสารจากสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลจีนประจำต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
                  5. กรณีผู้ขอวีซ่าเป็นชาวต่างชาติที่มีอายุยังไม่ครบ 18 ปีบริบูรณ์ และมีชาวจีนโพ้นทะเลสัญชาติต่างชาติ หรือชาวจีนโพ้นทะเลเป็นผู้รับอุปการะเลี้ยงดูอยู่ในประเทศจีน ผู้ขอจะต้องยื่นเอกสารดังต่อไปนี้
                       (1) ใบสูติบัตรของผู้ขอ สำเนาหนังสือเดินทางของบิดามารดาชาวต่างชาติ กรณีบิดามารดาทั้งสอง หรือผู้ใดผู้หนึ่งเป็นชาวจีน จะต้องยื่นหลักฐานแสดงการตั้งถิ่นฐานในต่างประเทศ
                       (2) หนังสือมอบอำนาจจากบิดามารดาของผู้ขอ ซึ่งระบุผู้รับมอบอำนาจในการอุปการะเลี้ยงดู หรือผู้ปกครอง   และระยะเวลาในการอุปการะเลี้ยงดู เป็นต้น
                       (3) บัตรประชาชนของผู้อุปการะหรือผู้ปกครอง และหนังสือยืนยันที่ผ่านการรับรองเอกสารจากหน่วยงานรับรองเอกสาร โดยระบุการรับมอบอำนาจการอุปการะเลี้ยงดูจากบิดามารดา การรับผิดชอบในการอุปการะเลี้ยงดู และรับรองว่าผู้ที่อยู่ในอุปการะจะเดินทางออกนอกประเทศภายในระยะเวลาที่กำหนด เป็นต้น
                       (4) องค์กรต่างชาติจะต้องแสดงเอกสารที่เกี่ยวข้องที่ผ่านการรับรองเอกสารจากสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลจีนประจำต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
                       ผู้ขอตามข้อ 1-5 จะได้รับวีซ่าจำนวน 0 ครั้ง 1 ครั้ง หรือหลายครั้ง โดยมีอายุวีซ่า 6 เดือนหรือ 1 ปี ทั้งนี้ ไม่กำหนดจำนวนครั้งในการยื่นขอ ผู้ขอตามข้อ 2 จะได้รับวีซ่าที่มีอายุไม่เกินกว่าอายุวีซ่านักเรียนต่างชาติ หรือกำหนดระยะเวลาตามใบอนุญาตให้พำนักอาศัย
                  6. ผู้ที่เดินทางเพื่อเยี่ยมญาติในกรณีอื่นๆ
                        (1) กรณีเยี่ยมญาติที่อาศัยอยู่ในประเทศจีน ผู้ขอจะต้องยื่นทะเบียนบ้าน หรือเอกสารรับรองที่อยู่ ณ ปัจจุบัน และบัตรประชาชนของผู้เป็นญาติ
                        (2) กรณีเยี่ยมญาติที่เป็นชาวจีนโพ้นทะเล ผู้ขอจะต้องยื่นหนังสือเดินทางประเทศจีน และหลักฐานแสดงการตั้งถิ่นฐานในต่างประเทศของผู้เป็นญาติ
                        (3) กรณีเยี่ยมญาติที่เป็นชาวจีนฮ่องกงและจีนมาเก๊า ผู้ขอจะต้องยื่น “เอกสารการเดินทางเข้าออกแผ่นดินจีนสำหรับชาวจีนฮ่องกงและจีนมาเก๊า” หรือ “เอกสารการเดินทางกลับภูมิลำเนาของพี่น้องชาวจีนฮ่องกงและจีนมาเก๊า” ของผู้เป็นญาติ
                        (4) กรณีเยี่ยมญาติที่เป็นชาวจีนไต้หวัน ผู้ขอจะต้องยื่น “เอกสารการเดินทางเข้าออกจีนแผ่นดินใหญ่สำหรับชาวจีนไต้หวัน” หรือ “เอกสารการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน” ของผู้เป็นญาติ
                        (5) กรณีเยี่ยมชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวในประเทศจีน ผู้ขอจะต้องยื่นใบอนุญาตให้พำนักอาศัยสำหรับชาวต่างชาติหรือ “ใบพำนักอาศัยถาวรสำหรับชาวต่างชาติ” ของผู้เป็นญาติ
                        (6) กรณีเยี่ยมญาติที่เป็นชาวจีนโพ้นทะเล ชาวจีนฮ่องกง และชาวจีนมาเก๊า จะต้องยื่นหลักฐานการพำนักระยะยาวที่ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน องค์กรต่างชาติจะต้องแสดงเอกสารที่เกี่ยวข้องที่ผ่านการรับรองเอกสารจากสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลจีนประจำต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
                        ผู้ขอจะได้รับวีซ่าจำนวน 0 ครั้ง หรือ 1 ครั้ง มีอายุวีซ่า 6 เดือน และสามารถยื่นขอได้สูงสุด 2 ครั้ง

                 (ค) ผู้ขอวีซ่าประเภทอื่น

                        1.ผู้ขอวีซ่าเพื่อเยี่ยมผู้ป่วยในประเทศจีน จะต้องยื่นเอกสารการตรวจวินิจฉัยโรคจากโรงพยาบาลในระดับอำเภอขึ้นไป 
                        2. ผู้ขอวีซ่าในกรณีอื่น จะต้องยื่นเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
                         ผู้ขอจะได้รับวีซ่าจำนวน 0 ครั้งหรือ 1 ครั้ง มีอายุวีซ่า 3 เดือน และสามารถยื่นขอได้เพียง 1 ครั้ง

        8. ผู้ที่ได้รับเชิญมาประเทศจีนเพื่อเยี่ยมเยือน ศึกษาดูงาน บรรยายในสถานศึกษา ประกอบธุรกิจ แลกเปลี่ยนทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและวัฒนธรรม รวมถึงการเข้าศึกษาต่อในระยะสั้นและฝึกงาน เป็นต้น จะต้องขอวีซ่าประเภท F 
            ผู้ขอวีซ่าประเภท F จะต้องยื่นเอกสารรับรองจากหน่วยงานเจ้าภาพ โดยจะได้รับวีซ่าจำนวน 0 ครั้ง 1 ครั้ง หรือ 2 ครั้ง มีอายุวีซ่า 6 เดือน หรือ จะได้รับวีซ่าจำนวนหลายครั้ง มีอายุวีซ่า 1 ปี ไม่จำกัดจำนวนครั้งในการยื่นขอ อนึ่ง จะต้องมีวันพำนักในประเทศจีนรวมกันทั้งหมดไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่เดินทางเข้าประเทศเป็นครั้งแรก
        9. ผู้ขอวีซ่าประเภทกลุ่มแบบมิสามารถเดินทางออกนอกประเทศพร้อมกลุ่ม จะต้องยื่นเอกสารรับรองจากหน่วยงานเจ้าภาพ ผู้ขอจะได้รับวีซ่าจำนวน 0 ครั้งหรือ 1 ครั้ง มีอายุวีซ่า 1 เดือน
       10. ผู้สื่อข่าวต่างชาติที่เดินทางมาเพื่อการสัมภาษณ์ในประเทศจีนเป็นการชั่วคราว จะต้องยื่นขอวีซ่าประเภท J-2 โดยจะต้องยื่นหนังสือเชิญที่ออกโดยฝ่ายสารสนเทศของกระทรวงการต่างประเทศ หรือ สำนักงานการต่างประเทศประจำรัฐบาลมณฑล เขตปกครองตนเอง หรือมหานคร
             ผู้ขอจะได้รับวีซ่าจำนวน 0 ครั้ง 1 ครั้ง หรือ 2 ครั้ง มีอายุวีซ่า 1 ปี หรือ จำนวนหลายครั้ง มีอายุวีซ่า 6 เดือนหรือ 1 ปี ไม่จำกัดจำนวนครั้งในการยื่นขอ อนึ่ง จะต้องมีวันพำนักในประเทศจีนรวมกันทั้งหมดไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่เดินทางเข้าประเทศเป็นครั้งแรก
       11. ชาวต่างชาติที่ประสงค์เดินทางผ่านแดน จะต้องยื่นขอวีซ่าประเภท G ผู้ขอจะต้องแสดงวีซ่าประเทศปลายทางที่ยังมีอายุการใช้งาน และบัตรโดยสารเครื่องบิน (รถยนต์ หรือ เรือ) โดยจะได้รับวีซ่าจำนวน 0 ครั้ง หรือ 1 ครั้ง มีอายุวีซ่า 1 เดือน และสามารถยื่นขอได้เพียง 1 ครั้ง
       12. ลูกเรือประจำรถไฟ เครื่องบิน และเรือ ซึ่งให้บริการโดยสารระหว่างประเทศ  ตลอดจนสมาชิกครอบครัวในฐานะผู้ติดตามของลูกเรือ จะต้องยื่นขอวีซ่าประเภท C ผู้ขอจะต้องยื่นเอกสารรับรองจากหน่วยงาน เช่น กรมการบินพลเรือน หรือกระทรวงคมนาคม เป็นต้น โดยจะได้รับวีซ่าจำนวน 0 ครั้ง หรือ 1 ครั้ง มีอายุวีซ่า 1 เดือน และสามารถยื่นขอได้เพียง 1 ครั้ง
       13. ผู้ที่ถือวีซ่าประเภทท่องเที่ยวในเขตเศรษฐกิจพิเศษ จะไม่สามารถเดินทางเข้าไปในพื้นที่อื่นภายในประเทศได้ ในกรณีฉุกเฉิน (เช่น การซ่อมแซมอย่างรีบด่วน ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ลงนามในสัญญา เยี่ยมผู้ป่วยฉุกเฉิน หรือร่วมพิธีศพ) ผู้ขอจะต้องยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยจะได้รับวีซ่าประเภท L หรือ F จำนวน 0 ครั้ง มีอายุวีซ่า 1 เดือน และสามารถยื่นขอได้เพียง 1 ครั้ง
       14. ผู้ที่สามารถยื่นขอใบอนุญาตให้พำนักอาศัยได้ มีดังต่อไปนี้
                (1) ชาวต่างชาติที่ได้รับวีซ่าประเภท Z, X และ J-1 ออกให้โดยสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลจีนในต่างประเทศ หรือ ในฮ่องกงและมาเก๊า
                (2) ชาวต่างชาติที่ได้รับการยกเว้นวีซ่าภายใต้ความตกลงยกเว้นวีซ่าระหว่างประเทศ และมีความประสงค์จะพำนักอยูในประเทศเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนดไว้ตามความตกลงฯ ทั้งนี้ ไม่รวมถึงผู้ติดตามของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลของประเทศต่างๆ ประจำประเทศจีน และหน่วยงานผู้แทนขององค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นบุตร บิดามารดา บิดามารดาของคู่สมรส ผู้ร่วมอาศัย ผู้ที่มิใช่ญาติสายตรงซึ่งได้รับการอนุมัติจากกรมพิธีการทูต กระทรวงการต่างประเทศ และไม่รวมถึงเจ้าหน้าที่แห่งองค์การสหประชาชาติที่เข้ามาปฏิบัติงานระยะยาวในประเทศจีน ภายใต้โครงการให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศจีนขององค์การสหประชาชาติ หรือ ภายใต้ความตกลงระหว่างประเทศสองประเทศ ตลอดจนข้าราชการและครอบครัวในฐานะผู้ติดตาม และผู้ที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ทางราชการในประเทศจีน
                (3) ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศจีนโดยใช้วีซ่าประเภท L, F และ J-2 และมีเอกสารที่เกี่ยวข้องในการยื่นขอใบอนุญาตให้พำนักอาศัย
        15. ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศจีนโดยใช้วีซ่าประเภท Z, X และ J-1 จะต้องใช้เอกสารในการยื่นขอใบอนุญาตให้พำนักอาศัย ดังต่อไปนี้
                (1) ผู้ที่ถือวีซ่าประเภท Z จะต้องยื่น “หนังสือรับรองการทำงานของชาวต่างชาติ” หรือ “หนังสือรับรองความเป็นผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ” หรือ “ใบอนุญาตทำงานด้านการขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่งของชาวต่างชาติในสาธารณรัฐประชาชนจีน” หรือ หนังสืออนุญาตให้จัดการแสดงจากกระทรวงวัฒนธรรม หรือสำนักงานวัฒนธรรมประจำมณฑล เขตปกครองตนเอง หรือมหานคร ที่ได้รับมอบอำนาจจากกระทรวงวัฒนธรรม  พร้อมเอกสารรับรองจากหน่วยงานผู้ว่าจ้าง
                (2) ผู้ที่ถือวีซ่าประเภท X จะต้องยื่นเอกสารรับรองจากสถานการศึกษาที่ระบุระยะเวลาในการศึกษา พร้อม “หนังสือตอบรับ” 
                (3) ผู้ที่ถือวีซ่าประเภท J-1 จะต้องยื่นบัตรประจำตัวผู้สื่อข่าว
                     ครอบครัวในฐานะผู้ติดตามของผู้ถือวีซ่าประเภท Z และ J-1 จะต้องยื่นเอกสารรับรองจากหน่วยงานผู้ว่าจ้าง กรณีคู่สมรสจะต้องยื่นใบสำคัญการสมรส และบิดามารดาหรือบุตรจะต้องยื่นเอกสารรับรองการเป็นบิดามารดาหรือบุตรเพิ่มเติม
        16. ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศจีนโดยใช้วีซ่าประเภท L และ F ซึ่งประสงค์จะยื่นขอใบอนุญาตให้พำนักอาศัยเพื่อทำงานหรือปฏิบัติหน้าที่ จะต้องยื่นเอกสารดังต่อไปนี้
                (1) ผู้แทนอันดับหนึ่ง และผู้แทนของสำนักงานผู้แทนวิสาหกิจต่างชาติประจำประเทศจีน จะต้องยื่น “ทะเบียนสำนักงานผู้แทนวิสาหกิจต่างชาติ (ท้องที่) ประจำประเทศจีน” “หนังสือรับรองการทำงานสำหรับสำนักงานผู้แทนวิสาหกิจต่างชาติ (ท้องที่) ประจำประเทศจีน” และ “หนังสือรับรองการทำงานของชาวต่างชาติ” หรือ “หนังสือรับรองความเป็นผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ”
                (2) ผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคและผู้บริหารชาวต่างชาติ ที่ได้รับเชิญจากผู้ลงทุนฝ่ายต่างชาติของวิสาหกิจสามทุน ผู้แทนนิติบุคคล รวมถึงรัฐวิสาหกิจ วิสาหกิจสามทุนและวิสาหกิจเอกชน จะต้องยื่นใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจของวิสาหกิจ สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล และ “หนังสือรับรองการทำงานของชาวต่างชาติ” หรือ “หนังสือรับรองความเป็นผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ”
                (3) ผู้ที่เข้ามาดำเนินธุรกิจด้านศิลปะการแสดงในประเทศจีน จะต้องยื่นเอกสารการอนุญาตให้จัดแสดงเพื่อการพาณิชย์ จากกระทรวงวัฒนธรรม หรือสำนักงานวัฒนธรรมประจำมณฑล เขตปกครองตนเอง หรือมหานคร ที่ได้รับมอบอำนาจจากกระทรวงวัฒนธรรม    
                     ครอบครัวในฐานะผู้ติดตามของบุคคลดังกล่าวข้างต้น จะต้องยื่นเอกสารรับรองจากหน่วยงานผู้ว่าจ้าง กรณีคู่สมรสจะต้องยื่นใบสำคัญการสมรส และบิดามารดาหรือบุตรจะต้องยื่นเอกสารรับรองการเป็นบิดามารดา หรือบุตร เพิ่มเติม
         17. ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศจีนโดยใช้วีซ่าประเภท L และ F ซึ่งประสงค์จะยื่นขอใบอนุญาตให้พำนักอาศัยเพื่อศึกษาต่อ จะต้องยื่น “หนังสือตอบรับ” และแบบฟอร์ม JW201 หรือ JW202 พร้อมทั้งเอกสารรับรองจากสถานศึกษาซึ่งระบุระยะเวลาในการศึกษา
         18. ผู้สื่อข่าวที่เดินทางเข้าประเทศจีนโดยใช้วีซ่าประเภท J-2 ซึ่งประสงค์จะยื่นขอใบอนุญาตให้พำนักอาศัย จะต้องยื่นเอกสารรับรองจากฝ่ายสารสนเทศของกระทรวงการต่างประเทศ หรือจากสำนักงานการต่างประเทศแห่งรัฐบาลมณฑล เขตปกครองตนเอง หรือมหานคร
         19. ชาวต่างชาติที่มีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ ซึ่งยื่นขอใบอนุญาตให้พำนักอาศัยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดินทางเข้าประเทศจีน โดยประสงค์ขอรับใบอนุญาตที่มีกำหนดระยะเวลาเกินกว่า 1 ปีขึ้นไป จะต้องยื่นใบรับรองสุขภาพ หน่วยงานด้านสาธารณสุขที่เป็นผู้รับผิดชอบการตรวจสุขภาพของชาวต่างชาติและเป็นผู้รับรองในใบรับรองสุขภาพ ได้แก่ สำนักงานสาธารณสุขและตรวจโรคประจำท้องที่ กรณีที่ไม่มีหน่วยงานดังกล่าว สำนักงานบริหารสาธารณสุขและสำนักงานตำรวจได้ร่วมกันกำหนดให้ สำนักงานสาธารณสุขและการแพทย์ในระดับอำเภอขึ้นไปเป็นหน่วยงานผู้รับผิดชอบ สำนักงานตำรวจไม่ยอมรับใบรับรองสุขภาพจากโรงพยาบาลของรัฐและโรงพยาบาลเอกชนจากต่างประเทศ ผู้ขอจะต้องยื่นใบรับรองที่ได้รับการยืนยันจากสำนักงานสาธารณสุขและการแพทย์ที่กำหนดไว้เท่านั้น
         20. กำหนดระยะเวลาของใบอนุญาตให้พำนักอาศัย
                    
                (1) ผู้ที่ทำงานในประเทศจีน ซึ่งเป็นนักลงทุนและผู้แทนนิติบุคคลของวิสาหกิจ จะได้รับใบอนุญาตให้พำนักอาศัยที่มีกำหนดระยะเวลา 2 ปี และ 1 ปีสำหรับพนักงานทั่วไป
                (2) ผู้สื่อข่าวประจำประเทศจีน จะได้รับใบอนุญาตให้พำนักอาศัยที่มีกำหนดระยะเวลา 1 ปี 
                (3) ผู้ที่มาศึกษาต่อในประเทศจีน จะได้รับใบอนุญาตให้พำนักอาศัยตามกำหนดระยะเวลาที่ศึกษาอยู่ในประเทศจีน
          21. กรณีผู้ได้รับใบอนุญาตให้พำนักอาศัย มีการเปลี่ยนแปลงเหตุผลในการขอพำนักอาศัย เลขที่หนังสือเดินทาง หรือผู้ติดตาม จะต้องยื่นขอใบอนุญาตให้พำนักอาศัยฉบับใหม่ต่อหน่วยงานผู้ออกเอกสารภายใน 10 วัน
          22. กรณีผู้ได้รับใบอนุญาตให้พำนักอาศัย มีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ สถานศึกษา ตำแหน่ง หรือบริษัทผู้ว่าจ้าง เป็นต้น จะต้องยื่นขอเปลี่ยนแปลงใบอนุญาตให้พำนักอาศัยต่อหน่วยงานผู้ออกเอกสารภายใน 10 วัน
          23. บุคลากรระดับสูงและนักลงทุนหมายถึงบุคคลดังต่อไปนี้
                 (1) ที่ปรึกษาระดับสูง รวมถึงผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิค และผู้บริหารระดับสูง ซึ่งได้รับเชิญหรือได้รับการว่าจ้างจากหน่วยงานรัฐบาลในระดับมณฑลหรือกระทรวง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในโครงการความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ความตกลงในโครงการการก่อสร้างที่สำคัญ และโครงการแลกเปลี่ยนบุคลากร ในระดับประเทศและมณฑล (กระทรวง) ที่มีการลงนามระหว่างรัฐบาลกลางหรือรัฐบาลท้องถิ่นจีนกับต่างชาติ
                 (2) บุคคลที่ได้เสียสละและสร้างคุณูปการให้แก่ประเทศและสังคม รวมถึงบุคคลที่ให้การช่วยเหลือแก่ทางการ 
                 (3) องค์กรวิจัยทางวิทยาศาสตร์ระดับชาติและระดับมณฑล (กระทรวง) นักวิชาการที่ได้รับเชิญจากสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียง ผู้นำขององค์กรวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ตลอดจนรองศาสตราจารย์ที่ได้รับเชิญจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นักวิชาการในระดับผู้ช่วยนักวิจัยหรือสูงกว่า หน่วยงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ
                 (4) ผู้ที่มีตำแหน่งรองผู้จัดการใหญ่ขึ้นไป หรือผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคที่มีตำแหน่งเทียบเท่า ในวิสาหกิจหรือหน่วยงาน
                 (5) ผู้ที่ลงทุนในโครงการพัฒนาที่สำคัญในพื้นที่ภาคตะวันตกหรือภาคกลาง ซึ่งรัฐบาลกลางมีนโยบายในการช่วยเหลือผู้ยากจน มากกว่า 1 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ ผู้ที่ลงทุนในพื้นที่อื่นๆ มากกว่า 3 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ รวมถึง วิสาหกิจต่างชาติที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขข้างต้น หรือผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคที่องค์กรทางธุรกิจต่างๆ ส่งตัวมาปฏิบัติหน้าที่ในประเทศจีน
                 (6) ชาวจีนโพ้นทะเลสัญชาติต่างชาติที่ได้รับทุนการศึกษาระหว่างประเทศด้านวิทยาศาสตร์ หรือชาวจีนโพ้นทะเลสัญชาติต่างชาติที่เป็นบุคคลสำคัญหรือมีความโดดเด่น
                       คู่สมรสและบุตรที่มีอายุยังไม่ครบ 18 ปีบริบูรณ์ของบุคคลดังกล่าวข้างต้น
                       บุคคลดังกล่าวข้างต้นจะต้องยื่นขอวีซ่าประเภท F โดยยื่นเอกสารสำคัญต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยบุคลากรระดับสูงจะต้องยื่นเอกสารรับรองจากหน่วยงานที่ได้รับมอบอำนาจ นักลงทุนจะต้องยื่นใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสำหรับวิสาหกิจโดยทุนต่างชาติ และหนังสือรับรองนิติบุคคล เป็นต้น ผู้ขอจะได้รับวีซ่าที่สามารถเดินทางเข้าออกได้หลายครั้ง มีอายุวีซ่า 2 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 5 ปี และไม่จำกัดจำนวนครั้งในการยื่นขอ
                       กรณียื่นขอใบอนุญาตให้พำนักชั่วคราว ผู้ขอจะต้องยื่นเอกสารสำคัญต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยบุคลากรระดับสูงจะต้องยื่นเอกสารรับรองจากหน่วยงานที่ได้รับมอบอำนาจ รวมถึง “หนังสือรับรองความเป็นผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ” หรือ “หนังสือรับรองการทำงานของชาวต่างชาติ” เป็นต้น นักลงทุนจะต้องยื่นใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสำหรับวิสาหกิจโดยทุนต่างชาติ และหนังสือรับรองนิติบุคคล เป็นต้น ผู้ขอจะได้รับใบอนุญาตให้พำนักชั่วคราวที่มีกำหนดระยะเวลา 2 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 5 ปี และไม่จำกัดจำนวนครั้งในการยื่นขอ
        24. ผู้ที่ใช้หนังสือเดินทางฉบับใหม่ในการยื่นขอวีซ่าหรือใบอนุญาตให้พำนักอาศัย นอกจากจะต้องยื่นเอกสารตามที่กำหนดแล้ว จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมดังต่อไปนี้
                 (1) ผู้ที่ใช้หนังสือเดินทางฉบับใหม่เนื่องจากฉบับเก่าสูญหาย จะต้องยื่นเอกสารแจ้งความการสูญหาย หรือบันทึกจากสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลประจำประเทศจีน แก่สำนักงานตำรวจ
                 (2) ผู้ที่ใช้หนังสือเดินทางฉบับใหม่เนื่องจากฉบับเก่าจะครบกำหนด หรือหน้าวีซ่าหมดลง เป็นต้น จะต้องยื่นหนังสือเดินทางฉบับที่ใช้ในการเดินทางเข้าประเทศจีนครั้งล่าสุด
                 (3) ทารกต่างชาติที่ถือกำเนิดในประเทศจีนและถือหนังสือเดินทางเพียงฉบับเดียว จะต้องยื่นใบสูติบัตรของทารก รวมถึงสำเนาหนังสือเดินทางของบิดามารดา
         25. บุคคลในกลุ่มนักท่องเที่ยวหรือคณะผู้เยี่ยมเยือนที่ทำหนังสือเดินทางสูญหาย สามารถใช้เอกสารแจ้งความที่ออกโดยสำนักงานตำรวจ หรือบันทึกจากสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลประจำประเทศจีน รวมทั้งเอกสารจากหน่วยงานเจ้าภาพ ในการเดินทางออกนอกประเทศ กรณีไม่เดินทางออกนอกประเทศพร้อมคณะ จะต้องยื่นขอวีซ่าประเภทกลุ่มแบบมิสามารถเดินทางออกนอกประเทศพร้อมกลุ่มต่อสำนักงานตำรวจ
         26. ชาวต่างชาติที่ยื่นขอวีซ่า และใบอนุญาตให้พำนักอาศัย จะต้องชำระค่าใช้จ่ายตามข้อกำหนดที่หน่วยงานหลักของรัฐบาลจีนได้กำหนดไว้

19. การยื่นคำร้องขอวีซ่าจีนมีข้อควรระวังอะไรบ้าง

      ผู้ยื่นคำร้องมีข้อควรระวังในขณะที่ยื่นคำร้องขอวีซ่า ดังนี้

    1. ควรเตรียมการให้เรียบร้อยล่วงหน้า เพื่อป้องกันวีซ่าหมดอายุหรือออกวีซ่าให้ไม่ทันทำให้มีผลกระทบต่อกำการเดินทางของท่าน
    2. กรอกใบคำร้องขอวีซ่าตามความเป็นจริง ครบถ้วนและชัดเจน ต้องมีการลงลายเซ็นต์บนใบคำร้องให้เรียบร้อย (หากผู้ยื่นคำร้องยังไม่บรรลุนิติภาวะสามารถให้บิดามารดาหรือผู้ปกครองลงลายเซ็นต์แทน พร้อมระบุความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่าย)
    3. เอกสารที่ใช้ประกอบคำร้องขอวีซ่าต้องครบถ้วนและไม่มีการปลอมแปลงเอกสาร ผู้ที่มีการปลอมแปลงเอกสารหรือยื่นเอกสารไม่ครบ จะถูกปฏิเสธการออกวีซ่า
    4. ตอบคำถามของเจ้าหน้าที่วีซ่าตามความเป็นจริง ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศจีนและขนบธรรมเนียมนานาชาติ เจ้าหน้าที่สถานกงสุลมีอำนาจในการขอให้ผู้ยื่นคำร้องแสดงเอกสารสำคัญอื่นๆที่เกี่ยวข้องและมีอำนาจในการปฏิเสธการออกวีซ่าโดยไม่ต้องชี้แจงถึงสาเหตุ
    5. ประเภท จำนวนครั้ง อายุและระยะเวลาที่อนุญาติให้อยู่ในประเทศได้ของวีซ่า เจ้าหน้าที่วีซ่าจะกำหนดให้โดยพิจารณาจากข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องและให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ยื่นคำร้อง
    6. ขณะที่เข้ารับวีซ่า ผู้ยื่นคำร้องมีหน้าที่ตรวจสอบรายละเอียดของวีซ่า หากพบข้อสงสัยให้ทำการสอบถามทันที่
    7. ผลลัพธ์ที่มาจากสาเหตุดังต่อไปนี้ ผู้ยื่นคำร้องมีหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบ พึงใส่ใจและหลีกเลี่ยง
         7.1. กรอกใบคำร้องไม่เป็นไปตามความเป็นจริง ไม่ครบถ้วน หรือให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ เป็นเหตุให้ถูกปฏิเสธในการยื่นขอวีซ่า
         7.2. หนังสือเดินทางและรูปถ่ายไม่ได้มาตราฐาน หรือไม่ได้ส่งมอบเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการยื่นขอวีซ่าตามที่เจ้าหน้าที่วีซ่ากำหนดไว้ เป็นเหตุให้ถูกปฏิเสธการยื่นการออกวีซ่า
         7.3. ยื่นขอวีซ่าเร็วเกินไปทำให้วีซ่าหมดอายุ หรือตั้งใจไม่ไปยื่นขอวีซ่าให้เรียบร้อยก่อนการเดินทาง เป็นเหตุทำให้ถูกปฏิเสธขึ้นเครื่องหรือเดินทางเข้าประเทศ
         7.4. ทำการยื่นขอวีซ่าเรียบร้อยแล้ว และเนื่องด้วยสาเหตุจากการจัดการของตัวเองหรือบุคคลที่สาม มีผลทำให้วีซ่าเป็นโมฆะและไม่สามารถใช้การได้
         7.5. เดินทางมาประเทศจีนโดยไม่ได้ตรวจเช็ควันหมดอายุ จำนวนครั้งและระยะเวลาที่อนุญาตให้อาศัยได้ของวีซ่า และวันหมดอายุของหนังสือเดินทาง ซึ่งมีผลทำให้ถูกปฏิเสธขึ้นเครื่องหรือเข้าประเทศ
         7.6. สาเหตุอื่นๆที่เกิดมาจากตัวผู้ยื่นคำร้อง และเป็นเหตุทำให้วีซ่าไม่สามารถใช้ได้

ที่มา: เวปไซด์กระทรวงต่างประเทศจีน

20. ชาวต่างชาติ สามารถยื่นคำร้องขอทำนิติกรรมกับสถานทูตหรือสถานกงสุลจีนได้หรือไม่

       ตามหลักการของสถานทูตหรือสถานกงสุลจีนประจำต่างปรเทศแล้วสามารถทำนิติกรณ์ให้กับชาวจีนเท่านั้น หากชาวต่างชาติ (รวมถึงชาวจีนที่ถือสัญชาติอื่นๆ) ต้องการขอรับรองเอกสารสำคัญและนำไปใช้ในประเทศจีน ต้องได้รับการรับรองเอกสารจากในพื่นที่อาศัยอยู่ พร้อมทั้งผ่านการทำนิติกรณ์จากกระทรวงต่างปรเทศหรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากประเทศนั้นๆ จึงสามารถยื่นขอทำนิติกรณ์จากสถานทูตหรือสถานกงสุลจีนได้

ที่มา: เวปไซด์กระทรวงต่างประเทศจีน

21. ชาวต่างชาติยื่นขอวีซ่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

     ชาวต่างชาติที่ขอวีซ่าจำต้องตอบคำถามที่เกี่ยวข้องพร้อมทั้งปฏิบัติตามขั้นตอนข้างล่างนี้

     1. มอบหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุหรือเอกสารสำคัญที่สามารถใช้แทนหนังสือเดินทางได้
     2. กรอกแบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า พร้อมรูปถ่ายสี 2 นิ้ว หน้าตรง ไม่สวมหมวก
     3. มอบเอกสารสำคัญเกี่ยวกับสาเหตุของการขอเข้าประเทศหรือผ่านแดน

     เอกสารสำคัญที่ระบุไว้ในข้อ 3 มีดังนี้

     1. การยื่นขอวีซ่า D ต้องมีหนังสือยืนยันฐานะของถิ่นฐานที่พักอาศัย ซึ่งผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่า (หรือมอบอำนาจให้กับญาติพี่น้องที่อยู่ในประเทศจีน) ยื่นขอหนังสือยืนยันฐานะของถิ่นฐานที่พักอาศัยจากกรมควบคุมการเข้าออกประเทศ สำนักงานตำรวจประจำเมืองหรืออำเภอที่จะเข้าไปตั้งถิ่นฐาน
     2. การยื่นขอวีซ่า Z ต้องมีหนังสือยืนยันการเชิญเข้ามาดำรงตำแหน่งหรือการว่าจ้าง หรือจดหมายจากหน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย
     3. การยื่นขอวีซ่า X ต้องมีหนังสือยืนยันจากหน่วยงานที่รับเข้าศึกษาหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ
     4. การยื่นขอวีซ่า F ต้องมีจดหมายจากหน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย
     5. การยื่นขอวีซ่า L ต้องมีหนังสือยืนยันการตอบรับจากหน่วยงานการท่องเที่ยวจีน ในบางกรณีอาจต้องใช้ตั๋วเครื่องบิน (รถ, เรือ) สำหรับไปยังประเทศหรือพื้นที่ๆจะไปหลังจากออกจากประเทศจีนแล้ว
     6. การยื่นขอวีซ่า G ต้องมีวีซ่าที่ยังไม่หมดอายุของประเทศ (พื้นที่) ที่จะเดินทางไป หากประเทศที่ผู้ขอจะเดินทางไปไม่ต้องใช้วีซ่า ผู้ขอต้องมีตั๋วเดินทางต่อเนื่องแทน
     7. การยื่นขอวีซ่า C ต้องแนบอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องตามข้อตกลง
     8. การยื่นขอวีซ่าสำหรับผู้สื่อข่าวประจำ/ชั่วคราว (J-1, J-2) ต้องมีเอกสารสำคัญจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ

      ชาวต่างชาติที่ย้ายถิ่นฐานเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศจีนหรืออาศัยตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป ขณะที่ยื่นคำร้องขอวีซ่าเพื่อเข้าประเทศ ต้องมีใบรับรองสุขภาพที่ออกให้โดยสถามพยาบาลที่รัฐบาลของประเทศที่อาศัยอยู่กำหนดไว้ หรือออกให้โดยสถานพยาบาลและผ่านการทำนิติกรณ์จากหน่วยงานนิติกรณ์ ใบรับรองสุขภาพต้องมีอายุไม่เกิน 6 เดือนนับตั้งแต่วันออกหนังสือ

  ที่มา: เวปไซด์กระทรวงต่างประเทศจีน

22. อายุของวีซ่ากับระยะเวลาที่อนุญาตให้อยู่ในประเทศได้มีความสัมพันธ์กันอย่างไร

        สมมติว่าวีซ่าของคุณออกให้เมื่อวันที่ 10 พฤษาคม พ.ศ. 2545 วันหมดอายุของวีซ่าคือ วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2545 และมีระยะเวลาที่อนุญาติให้อยู่ในประเทศได้คือ 30 วัน ในกรณีนี้คุณต้องเดินทางเข้าประเทศจีนก่อนวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2545 (มิฉะนั้นจะถือว่าวีซ่าหมดอายุ) และนับตั้งแต่วันแรกที่คุณเดินทางมาถึงประเทศจีน (สมมติว่าเข้ามาวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2545) คุณสามารถอาศัยอยู่ในประเทศจีนได้มากสุด 30 วัน (ระยะเวลาสิ้นสุดคือ วันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2545) โดยปกติแล้ววีซ่าจะมีอายุ 90 วัน ซึ่งทั่วไปแล้วจะทำการยื่นขอวีซ่าล่วงหน้า 1 เดือนก่อนกำหนดการเดินทาง

        เจ้าหน้าที่กงสุลจะกำหนดอายุและระยะเวลาที่อนุญาติให้อยู่ในประเทศได้ของวีซ่าตามข้อกำหนดเกี่ยวกับวีซ่าจีน และความต้องการรวมกับความจำเป็นของผู้ยื่นคำร้อง ทั้งหมดนี้จะระบุไว้อยู่บนวีซ่า หลังจากที่คุณได้รับวีซ่าของคุณแล้ว กรุณาตรวจเช็คอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อการเดินทางของคุณ

ที่มา: เวปไซด์กระทรวงต่างประเทศจีน

23. เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นคำร้องขอใบอนุญาตพำนักอาศัยแบบถาวรในประเทศจีน

       1. กรอก “แบบคำร้องขอพำนักอาศัยในประเทศจีนแบบถาวรสำหรับชาวต่างชาติ”
       2. หนังสือเดินทางของชาวต่างชาติที่ยังไม่หมดอายุหรือเอกสารที่สามารถใช้แทนหนังสือเดินทางได้
       3. หนังสือรับรองสุขภาพที่ออกให้โดยสถานพยาบาลที่รัฐบาลจีนกำหนดไว้ หรือที่ออกให้โดยสถานพยาบาลในต่างประเทศและผ่านการรับรองเอกสารจากสถานเอกอัคราชฑูตหรือสถานกงสุลจีนในต่างประเทศ
       4. บันทึกประะวัติอาชญากรรมที่ได้รับการรับรองเอกสารจากสถานเอกอัคราชฑูตหรือสถานกงสุลจีนในต่างประเทศ
       5. รูปถ่ายสีหน้าตรง ไม่สวมหมวกขนาด 2 นิ้ว 4 รูป
       6. เอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้องที่ระบุไว้ใน “ระเบียบการจัดการตรวจสอบและอนุญาติชาวต่างชาติอยู่อาศัยถาวรในประเทศจีน”

แหล่งที่มา : “ระเบียบการจัดการตรวจสอบและอนุญาติให้ชาวต่างชาติพำนักอาศัยถาวรในประเทศจีน”

 

 

 

 

 

 
 
 
  [ หน้าที่ 1 ]  
   
   
 

Copy Right © 2009 www.chineselawclinic.moc.go.th All Rights Reserved
เจ้าของลิขสิทธ์:สำนักงานยุทธศาสตร์การพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์
บริษัท ที่ปรึกษากฎหมายฟาร์อีสต์ จำกัด ,บริษัท โซซิโอ-เอคโคโนมิค คอนซัลแตนส์ จำกัด