ข้อมูล
  รู้ก่อนไปจีน
  ข้อมูลทั่วไป
  ยุทธศาสตร์
  กฎหมายทั่วไป
  กฎหมายการค้า
  กฎหมายการลงทุน
  กฎหมายเฉพาะ
  ข้อตกลงไทย-จีน
  การจัดตั้งบริษัท
  ทรัพย์สินทางปัญญา
  การขอฉลากสินค้า
  การตรวจสินค้านำเข้า
  ภาษีธุรกิจต่างชาติ
  บริษัทนำเข้า-ส่งออก
  ระบบการชำระเงินการค้าระหว่างประเทศ
  เขตเศรษฐกิจพิเศษ
  ระบบระงับข้อพิพาทและฟ้องคดี
  อาเซียน - จีน
  กฎหมายฝ่ายนิติบัญญัติ
  กฎระเบียบบริหาร
  คำพิพากษาศาลประชาชนสูงสุด
  กฎระเบียบท้องถิ่น
USER ID :
PASSWORD :
     
     
 
 
 

 
คุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับข้อมูลจีนใน Chinese Law Clinic





 
Untitled Document
.....ยินดีต้อนรับเข้าสู่ ศูนย์ความรู้เพื่อการค้าและการลงทุนกับจีน....
ถาม - ตอบปัญหากฎหมายการค้าการลงทุนในจีน โดย นายวิบูลย์ ตั้งกิตติภาภรณ์
 
มณฑลที่มีศักยภาพ >> มณฑลส่านซี
     
 
 
1.ข้อมูลพื้นฐาน
2.ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ
3.ข้อมูลด้านการขนส่งและกระจายสินค้า
4.ช่องทางการลงทุนสำหรับไทย
5.อุปนิสัยการทำธุรกิจของชาวส่านซี
6.ข้อมูล-รายชื่อหน่วยงานที่ผู้ประการไทยพึงรู้
 

1. ข้อมูลพื้นฐาน
 
          มณฑลส่านซี มีชื่อย่อว่า “ส่าน” หรือ “ฉิน” มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมากมาย เนื่องจากเป็นต้นกำเนิดราชวงศ์ที่สำคัญๆ เช่น ราชวงศ์โจว (Zhou) ฉิน (Qin) ฮั่น (Han) และถัง (Tang) โดยเฉพาะนครซีอาน (Xi’an) ยังเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่มีมรดกทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก ได้แก่ สุสานกองทัพรูปปั้นทหารฉินซี เป็นต้น นอกจากนี้ ส่านซีมีความโดดเด่นด้านการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ เนื่องจากเคยเป็นฐานทางการทหารของจีนมาตั้งแต่สมัยของผู้นำเหมา เจ๋อตง ทำให้มีการคิดค้นและวิจัย ตลอดจนผลิตนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ และวิศวกรจำนวนมาก ปัจจุบัน ส่านซีจึงถือเป็นศูนย์กลางของการวิจัยที่ใหญ่ที่สุดของจีนและมีการศึกษาวิจัยและพัฒนาสูงเป็นอันดับ 3 ของจีน รองจากเป่ยจิงและซ่างไห่
        ส่านซีแบ่งเขตปกครองออกเป็น 10 เมือง และ 107 อำเภอ/อำเภอปกครองตนเอง และ 1,747 เทศบาลตำบล โดยมีนครซีอาน เป็นเมืองเอก
 
       1.1 ภูมิประเทศและที่ตั้ง
 
            ส่านซีตั้งอยู่ใจกลางประเทศตอนกลางลุ่มแม่น้ำหวงเหอ (Yellow River) มีเนื้อที่ 205,800 ตารางกิโลเมตร ถือเป็นเมืองหน้าด่านที่จะเข้าสู่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เชื่อมภูมิภาคตะวันออกและภาคกลางเข้ากับภาคตะวันตกเฉียงเหนือและตะวันตกเฉียงใต้เข้าด้วยกัน มีพื้นที่ติดกับ 8 มณฑล/เขตปกครองตนเอง ทิศเหนือติดกับเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยและมองโกเลียใน ทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดกับมณฑลซานซี ทิศตะวันออกติดกับมณฑลเหอหนาน ทิศตะวันตกติดกับมณฑลกานซู่ และทิศใต้ติดกับมณฑลซื่อชวนและหูเป่ย จากเหนือจรดใต้ยาว 1,000 กว่ากิโลเมตร ตะวันออกจรดตะวันตกกว่า 360 กิโลเมตร
            ส่านซีประกอบด้วยลักษณะภูมิประเทศที่แตกต่างกันจากเหนือจรดใต้ 3 ลักษณะ ทางตอนเหนือเป็นที่ราบสูงดินเหลือง (Loess Plateau) สูงจากระดับน้ำทะเลราว 800-1,300 เมตร ครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 45 ของพื้นที่รวมของส่านซี ตอนกลางเป็นที่ราบส่านซี (Central Shaanxi Plain) ส่วนทางตอนใต้เป็นแนวเทือกเขาสูงฉินหลิงและต้าปา (Qinling and Daba mountainous) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ราวร้อยละ 36 ของพื้นที่รวม โดยเขาฉินหลิงอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลราว 1,000-1,300 เมตร ส่วนเขาต้าปาตั้งอยู่ทางตอนใต้สุด อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลราว 1,500-2,000 เมตรและแม่น้ำอูติ่ง (Wuding) โดยแม่น้ำเว่ยยังเป็นแม่น้ำสาขาที่ใหญ่ที่สุดของแม่น้ำหวงเหอ ส่วนทางตอนใต้เป็นแม่น้ำสาขาจากแม่น้ำฉางเจียง เช่น แม่น้ำฮั่น (Hanjiang) แม่น้ำตาน (Danjiang) แม่น้ำเจียหลิง (Jialing) โดยแม่น้ำฮั่นถือเป็นแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในส่านซี
            ส่านซีมีแม่น้ำไหลผ่านหลายสาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแม่น้ำสาขาจากแม่น้ำหวงเหอ บริเวณตอนเหนือของเขาฉินหลิง ที่สำคัญ ได้แก่ แม่น้ำเว่ย (Weihe) แม่น้ำจิง (Jinghe) แม่น้ำลั่ว (Luohe)
 
       1.2 แหล่งทรัพยากรสำคัญ
 
            ส่านซีมีการสำรวจพบแหล่งสำรองสินแร่โลหะและอโลหะมากที่สุดในจีน โดยมีการสำรวจพบทรัพยากรแร่ธาตุต่างๆ กว่า 92 ชนิด โดยมีถึง 27 ชนิดที่มีปริมาณแหล่งสำรองอยู่มากจนติดอันดับ 3 อันดับต้นๆ ของจีน เช่น ทองคำ และแร่โมลิบดีนัม ซึ่งมีปริมาณการผลิตครึ่งหนึ่งของทั้งประเทศ ส่านซียังมีแหล่งสำรองถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ น้ำมัน เกลือ และแร่อโลหะอื่นๆ อยู่ในปริมาณมาก และเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาทางเศรษฐกิจของมณฑล ทรัพยากรแร่ธาตุที่มีมากที่สุดในมณฑลได้แก่ ถ่านหิน โดยเฉพาะที่เมืองหยูหลิน (Yulin) ถือเป็นแหล่งผลิตถ่านหินมากเป็นอันดับ 2 ของจีน รองจากเมืองออดอส (Ordos) ในเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน และที่เมืองเสินมู่ (Shenmu) และเมืองฝูกู่ (Fugu) เป็นฐานการผลิตถ่านหินที่มีคุณภาพมากแห่งหนึ่งของประเทศ ด้วยปริมาณการผลิตกว่า 160 พันล้านตัน ทั้งนี้ ถ่านหินที่ผลิตจากส่านซีถือว่ามีคุณภาพสูง มีกรดกำมะถันต่ำ แต่มีสารฟลูรีนค่อนข้างสูง
 
           ส่านซีมีแหล่งก๊าซธรรมชาติสำรองถึง 200 พันล้านลูกบาศก์เมตร โดยเฉพาะบริเวณที่ลุ่มออดอส ซึ่งกินอาณาบริเวณไปจนถึงมณฑลทางตอนเหนือของจีน ถือเป็นแหล่งสำรองก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของ PetroChina และยังเป็นแหล่งสำรองไฮโดรคาร์บอนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง พื้นที่ดังกล่าวยังมีสถานีขุดเจาะก๊าซ Sulige ซึ่งมีการค้นพบแหล่งสำรองก๊าซอยู่ถึง 600 พันล้านลูกบาศก์เมตร ในแต่ละปีพื้นที่ดังกล่าวสามารถจัดส่งก๊าซธรรมชาติปริมาณ 5 พันล้านลูกบาศก์เมตรไปตามท่อไปยังเมืองต่างๆ 15 เมือง รวมทั้งกรุงเป่ยจิง เทียนจิน  และซ่างไห่ นอกจากนี้ ส่านซียังเป็นหัวใจสำคัญของโครงการจัดส่งก๊าซธรรมชาติจากแหล่งสำรองก๊าซทางภาคตะวันตกไปยังภาคตะวันออกของจีน โดยเฉพาะเส้นทางท่อส่งก๊าซซินเจียง-ซ่างไห่ ระยะทางถึง 536 กิโลเมตร
            ส่านซีมีสัตว์ป่ากว่า 750 ชนิด ในจำนวนนี้เป็นสัตว์หายาก 79 ชนิด และมีสัตว์สงวนที่สำคัญ 12 ชนิด ได้แก่ หมีแพนด้า ลิงสีทอง เสือดาวลายเมฆ เป็นต้น ส่านซียังมีป่าไม้ครอบคลุมเนื้อที่ 59,300 ตารางกิโลเมตร กระจายอยู่ตามแนวเขาต่างๆ เช่น เทือกเขาฉินปาซาน เขากวนซาน หวงหลงซาน และเฉียวซาน คิดเป็นสัดส่วนป่าไม้ร้อยละ 28.8 ของพื้นที่รวม มีพืชพรรณไม้ป่าอยู่กว่า 3,300 ชนิด แบ่งเป็นพืชพันธุ์หายาก 37 ชนิด พืชสมุนไพรกว่า 800 ชนิด รวมทั้งพืชเศรษฐกิจส่งออกอย่างลูกจ๊อแดง วอลนัท และน้ำมันจากต้นถงด้วย
 
      1.3 ขนาดประชากร
 
           ส่านซีมีประชากรราว 37 ล้านคน อาศัยอยู่ในเขตเมือง 12 ล้านคน และในเขตชนบท 25 ล้านคน ประชากรส่วนใหญ่ของส่านซีร้อยละ 99 เป็นชาวฮั่น ที่เหลือเป็นชนกลุ่มน้อยหลากหลายเชื้อชาติ ได้แก่ หุย (Hui) หรือมุสลิม แมนจู (Manchu) และมองโกล (Mongol) เป็นต้น
 
      1.4 แรงงานและการจ้างงาน
 
           ส่านซีมีจำนวนแรงงานจำนวนกว่า 19 ล้านคน จัดอยู่ในอันดับที่ 16 ของจีน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานในภาคการเกษตร คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 50 รองลงมา ได้แก่ ภาคบริการร้อยละ 33 และภาคอุตสาหกรรมร้อยละ 17 โดยมีอัตราค่าจ้างโดยเฉลี่ยต่อคน 13,024 หยวน จัดอยู่ในอันดับที่ 21 ของจีน
 
      1.5 เมืองเอกและเมืองสำคัญ
 
           ส่านซีมีเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจหลายแห่ง ได้แก่ นครซีอาน เมืองเสียนหยาง (Xianyang) เมืองเว่ยหนาน (Weinan) เมืองฮั่นจง (Hanzhong) เมืองเป่าจี (Baoji) เมืองเหยียนอัน (Yan’an) เมืองถงฉวน (Tongchuan) และเมืองหยูหลิน (Yulin)
 
           1.5.1 นครซีอาน
 
                   นครซีอาน เป็นเมืองเอกของส่านซี ตั้งอยู่ทางเชิงเขาตอนเหนือของแนวเทือกเขาฉินหลิงหรือทางตอนเหนือบริเวณแม่น้ำเว่ย มีพื้นที่รวม 9,983 ตารางกิโลเมตร มีประชากรรวม 7.25 ล้านคน นครซีอานถือเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของจีนอย่างมาก เนื่องจากในอดีตเคยเป็น 1 ใน 4 เมืองหลวงเก่าแก่ที่ยิ่งใหญ่ของจีน เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “นครฉางอัน” (อีก 3 แห่ง ได้แก่ เป่ยจิง หนานจิง และลั่วหยาง) เป็นที่สถาปนาราชวงศ์สำคัญของจีน 13 ราชวงศ์ในช่วงระหว่าง1,000 ปีก่อนคริสตกาลถึงปี 1000 ซึ่งรวมถึงราชวงศ์โจว ฉิน ฮั่น และถัง ซีอานมีอายุเก่าแก่กว่า 3,100 ปี และยังเป็นจุดหมายปลายทางของเส้นทางสายไหมทางด้านตะวันออกด้วย
  
                 ปัจจุบัน นครซีอานถือเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดและทันสมัยที่สุดในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน จัดอยู่ในเมืองที่ใหญ่ที่สุด 10 อันดับแรกของจีน และมีสิทธิพิเศษเทียบเท่าเมืองในมณฑลชายฝั่งอื่นๆ จึงมีมูลค่าการลงทุนจากต่างชาติมากที่สุดเมืองหนึ่งในภาคตะวันตกของจีน ซีอานจึงเป็นเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจและเป็นฐานทางอุตสาหกรรมที่สำคัญของส่านซี โดยซีอานเพียงแห่งเดียวมีผลิตผลทางอุตสาหกรรมรวมถึงร้อยละ 60 ของมูลค่าผลผลิตรวมทางอุตสาหกรรมของส่านซี คิดเป็นร้อยละ 30 ของ GDP ของมณฑล อุตสาหกรรมหลักของซีอาน ได้แก่ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องบิน อุตสาหกรรมอ๊อพติกส์ ยานยนต์ และสิ่งทอ
                   ซีอานถือเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน จนได้รับการเรียกขานว่าเป็น “หมู่บ้านไอที” ของจีน โดยมีต่างชาติเข้ามาลงทุนในธุรกิจซอฟต์แวร์ สร้างรายได้จากการส่งออกซอฟต์แวร์คิดเป็นสัดส่วนอันดับต้นๆ ของประเทศ โดยเป็นที่ตั้งของบริษัทซอฟต์แวร์ราว 400 ราย คิดเป็นร้อยละ 90 ของบริษัทซอฟต์แวร์ทั่วมณฑล และยังมีมหาวิทยาลัย 36 แห่ง และวิทยาลัยด้านซอฟต์แวร์ 3 แห่ง รวมบุคลากรกว่า 300,000 คน โดยส่านซียังได้ประกาศแผนพัฒนานครซีอานให้กลายเป็นศูนย์ปฏิบัติการด้านซอฟต์แวร์ที่ใหญ่ที่สุดในจีนภายในปี 2007  นอกจากนี้  ซีอานยังเป็นศูนย์รวมข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีนด้วย
                   อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นอีกอุตสาหกรรมหนึ่งที่สำคัญและสร้างรายได้เป็นอย่างมากให้กับซีอาน ด้วยการเป็นที่ตั้งเมืองหลวงเก่าแก่ของจีนมาหลายพันปี ซีอานจึงมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอยู่มากมาย ได้แก่ สุสานองค์จักรพรรดิฉินสื่อหวง (จิ๋นซีฮ่องเต้) ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ฉิน พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งมณฑลส่านซี เจดีย์ต้าเยี้ยนถ่า และเขาหัวซาน (Huashan) 1 ใน 5 เขาศักดิ์สิทธิ์แห่งศาสนาเต๋า เป็นต้น
 
          1.5.2  เมืองเสียนหยาง
 
                   เมืองเสียนหยาง ตั้งอยู่ทางตอนกลางของส่านซี บริเวณตอนเหนือของลุ่มแม่น้ำเว่ย โดยอยู่ห่างจากนครซีอานเพียงไม่กี่กิโลเมตร มีประชากรรวม 4.89 ล้านคน
 
           1.5.3 เมืองฮั่นจง
   
                เมืองฮั่นจง ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของส่านซี บริเวณแม่น้ำฮั่น ติดกับมณฑลซื่อชวน มีประชากรรวม 3.74 ล้านคน ในอดีตเป็นศูนย์กลางของราชอาณาจักรฮั่น ซึ่งสถาปนาโดยจักรพรรดิเกา (หลิวปาง) ปฐมกัตริย์แห่งราชวงศ์ฮั่นภายหลังที่ราชวงศ์ฉินล่มสลาย
                   เมืองฮั่นจงถือเป็นพื้นที่ที่มีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจมากที่สุดทางตอนใต้ของส่านซี โครงสร้างทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่เป็นการทำเกษตรกรรม แม้พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นแนวเทือกเขาซึ่งไม่เหมาะแก่การเพาะปลูก แต่ก็มีการพัฒนาอุตสาหกรรมต่างๆ มาโดยตลอด นอกเหนือจากการทำเกษตรกรรม ยังมีอุตสาหกรรมการผลิต ที่สำคัญ ได้แก่ อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง ยา การแปรรูปอาหาร เครื่องจักร และสิ่งทอ เป็นต้น นอกจากนี้ ปัจจุบัน ยังได้มุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ที่มีความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ เช่น อุตสาหกรรมเหมืองแร่ และการพัฒนาแหล่งชีววิทยา เช่น เห็ด ใบชา และยาจีน โดยจะเน้นการพัฒนาด้านคุณภาพให้กลายเป็นอุตสาหกรรมหลักอีกอุตสาหกรรมหนึ่งของฮั่นจง
 

2.ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ
 
        2.1 ผลิตภัณฑ์มวลรวม รายได้เฉลี่ยต่อหัว และโครงสร้างทางการผลิต
 
             โครงสร้างของ GDP ส่วนใหญ่อยู่ในการผลิตขั้นที่สอง (อุตสาหกรรม) ซึ่งมีสัดส่วนราวร้อยละ 49 รองลงมา ได้แก่ อุตสาหกรรมบริการและอื่นๆ มีสัดส่วนร้อยละ 37 และการผลิตขั้นปฐม (เกษตร) ร้อยละ 14
 
       2.2 การผลิตและอุตสาหกรรมหลักของมณฑล
  
           2.2.1 การเกษตร
 
                     ส่านซีสามารถปลูกพืชผลทางการเกษตรได้หลายชนิด เช่น ข้าว ข้าวโพด ข้าวฟ่าง งา  ฝ้าย อ้อย ชา ถั่วลิสง ถั่วเหลือง วอลนัท มันฝรั่ง เรพซีด ไผ่ และรังไหม เป็นต้น เนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ของพื้นดิน โดยเฉพาะบริเวณลุ่มแม่น้ำทางตอนกลางของส่านซี ปัจจุบัน ส่านซีได้กลายเป็นฐานการผลิตเคมีภัณฑ์ทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชีวภาพรายใหญ่ของจีน ด้วยมูลค่ายอดขายเกินกว่า 400 ล้านหยวนต่อปี โดยกว่า 320 ชนิดเป็นสินค้าที่ผลิตเพื่อส่งออก และมีผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 60 ชนิดในแต่ละปี นอกจากนี้ ส่านซียังมีมหาวิทยาลัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตรและป่าไม้หยางหลิง (Yangling University of Agriculture and Forest Science and Technology) เป็นศูนย์เพาะเลี้ยงแกะจากการเลียนแบบทางพันธุกรรมอีกด้วย
                     นอกจากนี้ ส่านซียังเป็นแหล่งผลิตผลไม้รายใหญ่ ที่สำคัญ เช่น แอปเปิ้ล ท้อ องุ่น สาลี่ และอินทผลัม และยังจัดเป็นฐานการแปรรูปผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดในจีน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากแอปเปิ้ล โดยเป็นที่ตั้งของบริษัทผลิตน้ำแอปเปิ้ลเข้มข้นขนาดใหญ่ 17 ราย คิดเป็นร้อยละ 9 ของปริมาณการผลิตทั่วประเทศ โดยในปี 2004 สามารถผลิตน้ำแอปเปิ้ลได้ถึง 276,000 ตัน และกว่าร้อยละ 90 เป็นสินค้าส่งออก ดุลการค้าที่เกินดุลของส่านซีส่วนใหญ่ก็มาจากการส่งออกน้ำแอปเปิ้ล บริษัทผู้ผลิตที่สำคัญ เช่น บริษัท Hasheng, Rongshi beverages และ Sun foodstuffs เป็นต้น ปัจจุบันรัฐบาลได้เน้นการผลิตแอปเปิ้ลบนพื้นที่กว่า 700,000 เฮกตาร์และการก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำแอปเปิ้ลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และตั้งเป้าการเป็นผู้ผลิตน้ำแอปเปิ้ลเข้มข้นกว่า 1 ใน 3 ของปริมาณการผลิตทั่วโลก
 
            2.2.2 อุตสาหกรรมการผลิต
 
                    อุตสาหกรรมการผลิตของส่านซีส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมหนัก คิดเป็นร้อยละ 69 ของผลิตผลรวมทางอุตสาหกรรม ที่สำคัญ เช่น อุตสาหกรรมการขนส่งและเครื่องจักร และการหลอมและรีดโลหะ เป็นต้น ส่วนอุตสาหกรรมเบาที่สำคัญ ได้แก่ อุตสาหกรรมสิ่งทอ อาหารและเครื่องดื่ม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม และเวชภัณฑ์ ก็เติบโตขึ้นอย่างมาก ตามแผนพัฒนาแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (2006-2010) ส่านซีได้มุ่งเน้นที่การพัฒนา 4 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง การผลิตและแปรรูปผลไม้ พลังงานและปิโตรเคมี และเวชภัณฑ์
                    อุตสาหกรรมสำคัญของส่านซี ได้แก่ อุตสาหกรรมการสกัดปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ มีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 18.0 รองลงมา ได้แก่ อุปกรณ์ขนส่งและเครื่องจักร (ร้อยละ 10.9) การแปรรูปปิโตรเลียม (ร้อยละ 7.7) นอกจากนี้ ยังมีอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม (ร้อยละ 5.9) และการผลิตพลังงานไฟฟ้าและความร้อน (ร้อยละ 5.9)  เป็นต้น
 
           ตัวอย่างอุตสาหกรรมหลักที่สำคัญ เช่น
 
           (1) อุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้า
 
                ในแต่ปี ส่านซีมีผลผลิตจากอุตสาหกรรมการสกัดปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ มีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 18.0 ของผลผลิตรวมทางอุตสาหกรรมของมณฑล ด้วยปริมาณแหล่งสำรองถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ และน้ำมันที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ส่านซีจึงเป็นฐานการผลิตพลังงานที่สำคัญแห่งหนึ่งของจีน ปัจจุบัน ส่านซีมีการติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้ากำลัง 0.67 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง และเนื่องจากเป็นมณฑลที่มีแหล่งสำรองถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งแหล่งทรัพยากรน้ำเป็นจำนวนมาก รัฐบาลจึงมีแผนที่จะก่อสร้างสถานีผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเพื่อให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้ถึง 1.0 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง โดยการก่อสร้างสถานีผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน พลังน้ำ และก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งสิ้น 9 แห่ง และได้ก่อสร้างฐานการผลิตไฟฟ้าพลังความร้อนในอำเภอหยูหลิน โดยติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้าขนาด 3,000 เมกะวัตต์ เพื่อเพิ่มจากกำลังการผลิตที่มีอยู่เพียง 600 เมกะวัตต์ โดย 1 ใน 3 ส่วนของไฟฟ้าที่ผลิตได้จะส่งออกไปยังมณฑลใกล้เคียง และผ่านโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าไปยังมณฑลซานตงและมณฑลทางภาคเหนือด้วย
 
           (2) อุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ขนส่ง
 
                ส่านซีมีสัดส่วนผลผลิตจากอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ขนส่ง ราวร้อยละ 10.0 ของผลผลิตรวมทางอุตสาหกรรมของมณฑล โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องบิน ส่านซีถือเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการประกอบเครื่องบินที่สำคัญของจีน บริษัทผู้ผลิตในส่านซี ได้แก่ บริษัท Xi’an Aircraft Manufacturing Corporation เป็นผู้ผลิตเครื่องบินขนส่ง Y-7 และ Y-8 และจัดส่งปีกและอุปกรณ์รักษาการทรงตัวของเครื่องบินให้กับบริษัทโบอิ้ง รุ่น B-737 มาตั้งแต่ปี 1993 และมีฐานออกแบบบนพื้นที่ถึง 80,000 ตารางเมตร นอกจากนี้ ส่านซียังได้ร่วมทุนกับต่างชาติผลิตชิ้นส่วนเครื่องบินหลายบริษัท เช่น บริษัทร่วมทุนระหว่าง Rolls-Royce และบริษัท Xi’an Aero Engine ผลิตชิ้นส่วนสำหรับเครื่องบินหลายรุ่น เช่น Gulfstream IV และ V, Fokker 100 และโบอิ้ง 717 เป็นต้น และบริษัท Shaanxi Airplane ซึ่งมีโรงงานประกอบชิ้นส่วนขั้นสุดท้ายที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และบริษัท Hangzhou Aircraft เป็นต้น
                ด้วยความสำคัญในการเป็นฐานการผลิตเครื่องบินที่สำคัญแห่งหนึ่งของจีน รัฐบาลกลางจึงได้มีการจัดตั้งสถาบันวิจัยออกแบบการบินแห่งแรกขึ้นที่นครซีอานในปี 2003 มุ่งเน้นที่การพัฒนาเครื่องบินทิ้งระเบิด เครื่องบินขนส่งและพลเรือน มีบุคลากรทั้งหมด 2,800 คน นอกจากนี้ บริษัทที่ปรึกษา CPG ของสิงคโปร์ ยังมีแผนที่จะจัดตั้ง “อุทยานการบินหยางหลิงในนครซีอาน” (Xi’an Yangling Aviation Park) บนพื้นที่กว่า 10 ตารางกิโลเมตร ติดกับท่าอากาศยานหยางหลิง ให้เป็นเขตพัฒนาการบินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และจะพัฒนาให้กลายเป็นศูนย์การบินแห่งชาติแบบครบวงจร และศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาและการผลิตที่เกี่ยวกับการบินทุกประเภทด้วย
 
           (3) อุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม
 
               ส่านซีมีสัดส่วนผลผลิตจากอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม ราวร้อยละ 5.9 ของผลผลิตรวมทางอุตสาหกรรม และมีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมีนครซีอานเป็นแหล่งรวบรวมเทคโนโลยีสารสนเทศที่สำคัญแห่งหนึ่งของจีน นอกจากนี้ นครซีอานยังเป็นศูนย์กลางข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ด้วยจำนวนผู้ให้บริการกว่า 1,000 แห่ง และมูลค่าการลงทุนประมาณ 5 ล้านหยวนเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศด้วย
               รัฐบาลส่านซียังได้ร่วมมือกับสถาบันวิจัยต่างๆ ในมณฑล เช่น มหาวิทยาลัยเจียวทงในซีอาน (Xi’an Jiaotong University) มหาวิทยาลัยสารพัดช่างภาคตะวันตกเฉียงเหนือ (Northwest Polytechnic University) และมหาวิทยาลัยประจำภาคตะวันตกเฉียงเหนือ (Northwest University) ในการสร้างศูนย์ซอฟต์แวร์ขึ้นในนิคมพัฒนาอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงซีอาน (Xi’an High-tech Industrial Development Zone) เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ในมณฑลด้วย
 
              ปัจจุบัน ส่านซีถือเป็นศูนย์กลางของการวิจัยที่ใหญ่ที่สุดของจีนและมีการศึกษาวิจัยและพัฒนาสูงเป็นอันดับ 3 ของจีน รองจากเป่ยจิงและซ่างไห่ และมีสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกว่า 50 แห่งที่จัดว่าเป็นสถาบันวิจัยที่ทันสมัยและก้าวหน้าระดับประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ที่นครซีอาน มีห้องทดลองแห่งชาติ 10 แห่ง และอุปกรณ์พิเศษที่ใช้ในการวิจัยของรัฐกว่า 50 ชิ้น มีการคิดค้นและวิจัย ตลอดจนผลิตนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ และวิศวกรจำนวนมาก และยังจัดว่าเป็นมณฑลที่มีมูลค่าการใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนามากที่สุดในประเทศ และมีจำนวนบริษัทด้านเทคโนโลยีของเอกชนมากเป็นอันดับ 2 ของจีน นอกจากนี้ ส่านซียังได้รับเลือกให้จัดตั้งนิคมพัฒนาอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงระดับประเทศขึ้นเป็นแห่งแรกในภาคตะวันตก เพื่อกระตุ้นการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเศรษฐกิจ ประกอบด้วยบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ทั้งอิเล็กทรอนิกส์เครื่องบินและยานอวกาศ ซอฟต์แวร์ เวชภัณฑ์ เทคโนโลยีชีวภาพ และการป้องกันสิ่งแวดล้อม ได้เข้ามาลงทุนจัดตั้งบริษัทขึ้นในนิคมพัฒนามากมายหลายบริษัท
 
          (5) อุตสาหกรรมเวชภัณฑ์
 
              อุตสาหกรรมเวชภัณฑ์ของส่านซีกำลังเติบโตขึ้นเช่นกัน ในแต่ละปีมีสัดส่วนผลผลิตจากอุตสาหกรรมเวชภัณฑ์คิดเป็นร้อยละ 4.6 ของผลผลิตรวมทางอุตสาหกรรมของมณฑล บริษัทผู้ผลิตด้านเวชภัณฑ์ที่สำคัญ  ได้แก่  บริษัท Xi’an Janssen  ซึ่งเป็นสาขาของ  Johnson & Johnson  ของเบลเยี่ยม จัดตั้งขึ้นในปี 1983 ถือเป็นบริษัทร่วมทุนจีนต่างชาติที่มีอายุยาวนานที่สุด และเป็นบริษัทร่วมทุนด้านเวชภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในจีน ผลิตสินค้ายาภายใต้ชื่อ “Janssen-Cilag” ด้วยกำลังการผลิตกว่า 100 ล้านแพ็คในแต่ละปี ผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงอื่นๆ ของส่านซี เช่น ยาเม็ดจำพวก erythromycin ethylsuccinate จากบริษัท Xi’an Pharmaceutical Factory  ยาจำพวก gynostemma pentaphylla จากกลุ่มบริษัท 505 Group เป็นต้น
 
     2.3  บทบาทของภาคเอกชน
 
           ส่านซีมีแผนที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมในด้านต่างๆ ทั้งการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ กระตุ้นการพัฒนาในภาคเอกชน พัฒนาอุตสาหกรรมบริการ และการกระตุ้นความต้องการภายในมณฑล โดยการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ของกว่าร้อยละ 80 ให้แล้วเสร็จภายในอนาคตอันใกล้ ปัจจุบัน ส่านซีมีรัฐวิสาหกิจประมาณ 1,000 แห่ง มูลค่าสินทรัพย์รวมกว่า 100 พันล้านหยวน
 
     2.4 การค้าภายในมณฑล
 
          2.4.1 การค้าสินค้าอุปโภคบริโภค
 
                 ส่านซีถือเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในภาคตะวันตกของจีน ในปี 2004 มีมูลค่าการค้าปลีกสินค้าผู้บริโภครวม 96.65 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 13.3 โดยศูนย์กลางผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่นครซีอาน คิดเป็นร้อยละ 52 ของการค้าปลีกรวมในส่านซี
 
         2.4.2 แหล่งค้าปลีกและค้าส่งภายในมณฑล
 
                ระบบการกระจายสินค้าบริโภคในส่านซีได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าที่สำคัญ ได้แก่ Xi’an Minsheng Group และ Xi’an Jiefang Department Store เป็นต้น นอกเหนือไปจากศูนย์การค้าโดยทั่วไปแล้ว รูปแบบการค้าอื่นๆ เช่น ร้านค้าแบบเชนสโตร์ และซูเปอร์มาร์เก็ต ก็กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ในปี 2004 ส่านซีมีร้านค้าแบบเชนสโตร์รวม 984 แห่ง ที่สำคัญ เช่น ห้าง Shaanxi Haixing Supermarket ปัจจุบันมีซูเปอร์มาร์เก็ตราว 50 แห่ง นอกจากนี้ บริษัทค้าปลีกต่างชาติอย่างห้าง B&Q ของสหราชอาณาจักร ห้างเมโทรของเยอรมนี และห้างคาร์ฟูร์ของฝรั่งเศส เข้ามาเปิดห้างค้าปลีกในส่านซีด้วย
 
     2.5 โครงสร้างการบริโภคของมณฑล
 
         ปัจจุบันรูปแบบการใช้จ่ายของผู้บริโภคก็เปลี่ยนแปลงไป ประชาชนในส่านซีมีการใช้จ่ายในส่วนของสินค้าอาหารลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในสินค้าบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางขนส่งและโทรคมนาคม ยาและบริการทางการแพทย์ และที่พักอาศัยกำลังเพิ่มสูงขึ้น
 
    2.6 การลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ
 
         2.6.1 มูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ
  
               มูลค่าการลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในภาคการผลิต คิดเป็นร้อยละ 46 ของมูลค่าการลงทุนที่ใช้จริง ที่เหลือเป็นการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ ได้แก่ ภาคบริการสังคมและอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น ซึ่งกำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัจจุบัน มีบริษัทต่างชาติชั้นนำ 29 แห่งได้เข้ามาลงทุนทำธุรกิจในส่านซี เช่น Nisson, Toshiba, Metro, Pepsi, McDonald’s และ Nestle เป็นต้น โดยศูนย์กลางการลงทุนที่สำคัญที่สุดอยู่ที่นครซีอาน คิดเป็นร้อยละ 80 ของมูลค่าการลงทุนรวมของส่านซี
 
         2.6.2  แหล่งเงินลงทุนจากต่างชาติ
 
                 แหล่งเงินทุนรายใหญ่ที่สุดในส่านซี คือ หมู่เกาะเวอร์จิ้น ในปี 2004 มีการลงนามการลงทุนรวม 24 โครงการ ด้วยมูลค่าเงินลงทุนตามสัญญา 0.14 พันล้านเหรียญ สรอ. และมูลค่าที่ใช้จริง 0.19 พันล้านเหรียญ สรอ. คิดเป็นร้อยละ 36.7 ของมูลค่าการลงทุนรวมในส่านซี ส่วนนักลงทุนรายอื่นๆ ที่สำคัญ ได้แก่ ฮ่องกง (ร้อยละ 20.8) ญี่ปุ่น (ร้อยละ 5.6) สหรัฐอเมริกา (ร้อยละ 4.9) ไทย (ร้อยละ 3.7) และสิงคโปร์ (ร้อยละ 3.3) เป็นต้น
 
    2.7 การลงทุนของไทย
 
         สำหรับการลงทุนของไทยในส่านซี ในปี 2004 ไทยมีมูลค่าการลงทุนตามสัญญาในส่านซีรวม 32.98 ล้านเหรียญ สรอ. รวมโครงการลงทุน 2 โครงการ  และมีมูลค่าการลงทุนที่ใช้จริงราว 19.44 ล้านเหรียญ สรอ.   คิดเป็นร้อยละ 3.7 ของมูลค่าการลงทุนรวมในส่านซี ตัวอย่างรายชื่อบริษัทไทยในส่านซีปรากฏในกรอบข้อความ
 


3.ข้อมูลด้านการขนส่งและกระจายสินค้า
 
     3.1 การขนส่ง

          3.1.1 การขนส่งทางรถไฟ
 
                 ส่านซีมีเส้นทางรถไฟสายหลัก 13 เส้นทาง ระยะทางรวม 3,696 กิโลเมตร โดยสถานีรถไฟซีอานเป็นศูนย์กลางการขนส่งที่สำคัญในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เชื่อมกับมณฑลต่างๆ ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตกเฉียงใต้ ภาคตะวันออก และภาคเหนือของจีน สามารถรองรับสินค้าขนส่งได้ปีละ 36 ล้านตัน
 
                 เส้นทางรถไฟที่สำคัญมีหลายสาย เช่น สายหลานโจว (มณฑลกานซู่)-เหลียนหยุนกั่ง (มณฑลเจียงซู) สายเป่าจี-เฉิงตู (มณฑลซื่อชวน) สายหยางผิงกวาน-อันคัง (Yangpingguan-Ankang) สายเป่าจี-จงเว่ย (Baoji-Zhongwei) และสายซีอาน-อันคัง (Xi’an-Ankang) นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางรถไฟสายใหม่อีกหลายเส้นทางซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นการกระตุ้นการพัฒนาภาคตะวันตกของจีน เช่น สายซีอาน-เหอเฝย (มณฑลอันฮุย) รวมระยะทาง 955 กิโลเมตร ปัจจุบันกำลังก่อสร้างเส้นทางต่อขยายไปยังนครหนานจิง มณฑลเจียงซู และสายเป่าจี-หลานโจว ซึ่งจะช่วยย่นระยะเวลาในการเดินทางระหว่างส่านซีและกานซู่จากเดิม 9 ชั่วโมงเหลือเพียง 5 ชั่วโมงครึ่ง
 
          3.1.2 การขนส่งทางรถยนต์
 
                 ส่านซีมีเส้นทางขนส่งทางรถยนต์ระยะทางรวม 52,720 กิโลเมตร โดยมีซีอานเป็นศูนย์กลางการขนส่งที่สำคัญ  มีเส้นทางหลวงแห่งชาติตัดผ่าน 9 เส้นทาง ครอบคลุมพื้นที่คิดเป็นร้อยละ 95 ของพื้นที่  และทางด่วนระยะทางรวม 976 กิโลเมตร  เส้นทางขนส่งที่สำคัญ  ได้แก่  สายซีอาน-หลินถง (Xi’an-Lintong) สายซีอาน-เป่าจี (Xi’an-Baoji) และสายซีอาน-ถงฉวน (Xi’an-Tongchuan) และสายถงกั่ว-เป่าจี (Tonggua-Baoji) ทางด่วนสายหยูหลิน-จิ้งเปียน (Yulin-Jingbian) ทางตอนเหนือของส่านซี ระยะทาง 116 กิโลเมตร
                  รัฐบาลส่านซียังได้ลงทุนก่อสร้างและปรับปรุงถนนสายต่างๆ อีกเป็นจำนวนมากเพื่อพัฒนาเส้นทางเข้าออกระหว่างมณฑล ซึ่งทำให้ชาวจีนจากเมืองต่างๆ ทั่วประเทศเดินทางเข้ามายังส่านซีได้สะดวกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางเชื่อมโยงซีอาน-ฮั่นโจว ทางหลวงฮวงหลิง-เหยียนอัน และอุโมงค์ฉางต้า ทะลุผ่านเขาจงหนาน เป็นต้น โดยสามารถลดระยะเวลาการเดินทางไปยังเมืองต่างๆ อาทิ เจิ้งโจว หลานโจว ฉงชิ่ง ไท่หยวน และอู่ฮั่นให้เหลือเพียง 8 ชั่วโมง
 
          3.1.3 การขนส่งทางอากาศ
 
                  ส่านซีมีท่าอากาศยานสำคัญ 3 แห่ง โดยเป็นท่าอากาศยานนานาชาติ 1 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานนานาชาติเสียนหยางที่นครซีอาน (Xi’an Xianyang International Airport) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางอากาศที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เปิดให้บริการทั้งเส้นทางบินภายในและระหว่างประเทศกว่า 119 เส้นทาง ไปยังเมืองต่างๆ ในประเทศและเส้นทางบินตรงไปยังฮ่องกง มาเก๊า ญี่ปุ่น ไทย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ซาอุดิอาระเบีย และประเทศในยุโรปบางประเทศ สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากขึ้นถึง 10 ล้านคนและรองรับปริมาณสินค้าในคลังสินค้าได้ 130,000 ตันต่อปี ท่าอากาศยานที่สำคัญอีก 2 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานเมืองฮั่นจง (Hanzhong Airport) และท่าอากาศยานเมืองเหยียนอัน (Yan'an Airport)
 
      การเดินทางระหว่างส่านซี-ไทย
 
      ซีอาน-กรุงเทพ    ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง 20 นาที        มีเที่ยวบินสัปดาห์ละ 2    เที่ยวบิน 
 
         3.1.4 การขนส่งทางน้ำ
 
                 เนื่องจากเป็นมณฑลตอนในและไม่มีทางออกทะเล ส่านซีจึงมีข้อจำกัดด้านการคมนาคมขนส่ง และการเชื่อมโยงกับตลาดโลก แม้ว่าจะมีเครือข่ายทางหลวงและรถไฟเชื่อมต่อกับส่วนอื่นๆ ของประเทศจีนก็ตาม
 

4.ช่องทางการลงทุนสำหรับไทย
 
       4.1 อุตสาหกรรม/โครงการลงทุนที่รัฐบาลส่งเสริม
 
            อุตสาหกรรมที่รัฐบาลส่งเสริม ได้แก่ สาธารณูปโภค เคมีภัณฑ์ เภสัชกรรม การถุลงแร่ เครื่องจักรกล อิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมเบา อาหาร และวัสดุก่อสร้าง
 
       4.2 กฎหมาย นโยบาย และมาตรการทางการค้าระหว่างประเทศและการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับนักธุรกิจต่างชาติของส่านซี
 
            4.2.1 นิคมพัฒนาพิเศษของส่านซี
 
                    ส่านซีมีนิคมพัฒนาทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีระดับประเทศ และนิคมพัฒนาทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีระดับมณฑล ที่สำคัญ เช่น
 
                    1) นิคมพัฒนาอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงซีอาน (Xi’an High-tech Industrial Development Zone) จัดตั้งขึ้นในปี 1991 เป็นนิคมพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงที่ประสบผลสำเร็จมากที่สุดแห่งหนึ่งของจีน มีบริษัทด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจำนวน 2,400 แห่งเข้ามาลงทุนในนิคมฯ และเป็นนิคมพัฒนาระดับประเทศและเป็นนิคมพัฒนา 1 ใน 4 แห่งของจีนที่เข้าร่วมเป็นเครือข่ายทางอุตสาหกรรมระหว่างสมาชิกเขตเศรษฐกิจในเอเปก กลุ่มอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ในเขต ได้แก่ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ระบบอิเล็กทรอเมคานิก (electromechanical integration) เทคโนโลยีเครื่องทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพสูงและประหยัดพลังงาน และเทคโนโลยีชีวภาพทางการแพทย์ และมีการจัดตั้งอุทยานอุตสาหกรรมโทรคมนาคมสื่อสารประจำภาคตะวันตก (China West Telecommunications Industry Park) ในนิคมฯ ด้วย
 
                   2) นิคมพัฒนาทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีซีอาน (Xi’an Economic and Technological Development Zone) มุ่งเน้นที่การพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมเบา การแปรรูปอาหาร การผลิตเครื่องจักร และเวชภัณฑ์ มีบริษัทต่างชาติหลายรายเข้ามาลงทุนในนิคมฯ เช่น Coca Cola, GM, Siemens, Rolls-Royce และ ABB เป็นต้น
                    3) นิคมทดลองพัฒนาอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเสียนหยาง (Xianyang High-tech Development Experimental Zone) ในเมืองเสียนหยาง ตั้งอยู่ทางตะวันตกของนครซีอาน ปัจจุบันกำลังพัฒนาให้กลายเป็นศูนย์อิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญที่สุดในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน โดยจะเน้นที่การพัฒนาทางอุตสาหกรรมเพื่อผลิตสินค้าประเภทสิ่งทอ และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะ
                    4) นิคมทดลองพัฒนาอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเว่ยหนาน (Weinan High-tech Development Experimental Zone) ในเมืองเว่ยหนาน เน้นที่การพัฒนาเคมีภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เช่น เครื่องช่วยประกอบสารเคมีที่ไม่เข้ากัน (catalysts) สารเคมีที่ใช้เปลี่ยนแปลงสภาพธาตุอื่น (reagents) ยาที่มีความอ่อนไหว เม็ดพลาสติก และอื่นๆ
                    5) นิคมพัฒนาอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเป่าจี (Baoji High-tech Industrial Development Zone) ในเมืองเป่าจี เป็นนิคมพัฒนาระดับประเทศที่มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอเมคานิก วัสดุที่ประกอบขึ้นจากโลหะหายาก และวัสดุแม่เหล็ก เป็นต้น
 
            4.2.2 นโยบายกระตุ้นการลงทุนของรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น
 
                    ตามแผนการพัฒนาภาคกลางและภาคตะวันตกของจีน รัฐบาลกลางได้ให้สิทธิทางภาษีแก่บริษัทต่างชาติที่มาลงทุนในจีน โดยบริษัทต่างชาติที่ลงทุนในภาคกลางและภาคตะวันตกจะได้รับการเรียกเก็บอัตราภาษีพิเศษร้อยละ 15 ของสิทธิพิเศษทางภาษีที่มีอยู่เดิมเป็นเวลาอีก 3 ปีเมื่อสิทธิภาษีเดิมสิ้นสุดลง (ยกเว้นภาษีที่เก็บจากผลกำไรใน 2 ปีแรกและภาษีที่ได้รับลดหย่อนลงครึ่งหนึ่งใน 3 ปีต่อมา) นอกจากนี้ หากบริษัทฯ สามารถส่งออกสินค้าได้เกินร้อยละ 70 ของผลิตผลรวมที่ผลิตได้ต่อปี ก็จะได้รับการลดการจัดเก็บภาษีลงเหลือร้อยละ 10 อีกด้วย
                    นอกจากนี้ รัฐบาลส่านซียังได้มีการปรับปรุงบรรยากาศทางการลงทุนเพื่อกระตุ้นการลงทุนจากต่างชาติ โดยการลดขั้นตอนการติดต่อประสานงานกับทางทางราชการ สร้างความโปร่งใสในการบังคับใช้กฎระเบียบและการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของรัฐ การให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (one-stop service) แก่นักลงทุน ตลอดจนการจัดตั้งหน่วยงานรับเรื่องร้องเรียนจากนักลงทุนด้วย
 

5.อุปนิสัยการทำธุรกิจของชาวส่านซี
 
           ถึงแม้เป่ยจิงจะเป็นเมืองหลวงของจีน แต่ในสมัยราชวงศ์หยวนก็ได้รับการสถาปนาโดยชาวมองโกล และในสมัยราชวงศ์ชิงก็ได้รับการสถาปนาโดยชาวแมนจู จึงนับได้ว่ามีเพียงนครซีอานเท่านั้นที่เป็นต้นตำรับของวัฒนธรรมชาวฮั่น ปัจจุบัน ซีอานยังคงเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมของจีนจากประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนาน ได้หล่อหลอมอุปนิสัยของชาวส่านซี โดยเฉพาะในนครซีอาน และวัฒนธรรมทางการค้าของนครซีอานอย่างเด่นชัด
 
        1. ความรุ่งโรจน์ในอดีตเป็นคลังทรัพยากรของชาวซีอาน
  
           ในอดีต ซีอานเคยเป็นเมืองหลวงและมีความเจริญรุ่งเรืองในหลายยุคหลายสมัย กล่าวคือ ในสมัยราชวงศ์ฉิน มีสุสานจักรพรรดิฉินสื่อหวง (จิ๋นซีฮ่องเต้) และกองทัพหุ่นทหารม้า ในสมัยราชวงศ์ฮั่น  เส้นทางสายไหมก็เพิ่มเสน่ห์ให้แก่นครซีอานไม่น้อย และในสมัยราชวงศ์ถังซึ่งถือเป็นยุคทองของสังคมศักดินาจีน ซีอานมีความรุ่งโรจน์ทางวัฒนธรรมไม่ว่าทางด้านศาสนาพุทธ อาหารการกิน การแต่งกาย ศิลปะการเขียนพู่กันจีน วาดภาพจีนและการแต่งบทกวี เป็นต้น นอกจากนี้ ทางด้านวิทยาศาสตร์ก็มีพัฒนาการล้ำหน้าจนกลายเป็นศูนย์กลางทางด้านวิทยาศาสตร์ของโลก
             ดังนั้น ชาวซีอานจึงภาคภูมิใจกับความรุ่งโรจน์ในอดีต จนบางครั้งทำให้ชาวซีอานหยิ่งในศักดิ์ศรีของตน และกลายเป็นภาระที่ไม่กล้าตัดขาดจากอดีต บางครั้งออกจะค่อนไปทางอนุรักษ์นิยม ประเทศจีนปัจจุบันพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น เมื่อเทียบกับเป่ยจิง ซ่างไห่ กว่างโจวและเมืองอื่นๆ ทางด้านตะวันออกของจีนแล้ว ทำให้ชาวซีอานรู้สึกด้อยค่าและไม่ได้รับความนิยมเช่นในอดีต
 
         2. ชาวซีอานหยิ่งในศักดิ์ศรีลูกผู้ชายมากที่สุดเมืองหนึ่งของจีน
 
            จากประวัติศาสตร์จีนที่ยกย่องฐานะผู้ชาย และผู้หญิงต้องเป็นช้างเท้าหลัง ทำให้ผู้ชายซีอานหยิ่งในศักดิ์ศรีความเป็นผู้ชาย ชาวซีอานรูปร่างสูงใหญ่และแข็งแรง เนื่องจากชาวซีอานต้องต่อสู้กับสภาพภูมิประเทศที่เป็นที่ราบสูงดินเหลืองและสภาพภูมิอากาศที่หนาวและร้อนจัด ชาวซีอานมีนิสัยไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นคนสูงอายุหรือเด็ก หญิงหรือชาย หากไม่สามารถชนะด้วยเหตุผลก็จะสู้ด้วยพละกำลัง เพราะต้องการรักษาหน้าและศักดิ์ศรีความเป็นลูกผู้ชายไว้ หากชาวซีอานร่ำรวยขึ้นมา จะต้องหาซื้อรถหรือใส่เสื้อผ้ามียี่ห้อ ชาวซีอานให้ความสำคัญกับการรักษาศักดิ์ศรีความเป็นลูกผู้ชายมาก จนทำให้ขาดการขวนขวายศึกษาสิ่งใหม่ๆ เพื่อมาพัฒนาตนเอง
 
         3. นักธุรกิจซีอานนิยมหากำไรจากความเสี่ยง 
 
            ความเสี่ยงในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการพนันหรือเล่นหวย หากแต่เป็นการเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย  เนื่องจากนครซีอานตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างภาคตะวันออกและภาคตะวันตก มีชายแดนติดกับมณฑลกานซู่ ซินเจียง ชิงไห่ และมองโกเลียใน ดังนั้น ในการติดต่อธุรกิจการค้า จำเป็นต้องเข้าไปในเขตดังกล่าวซึ่งเป็นเขตทุรกันดาน การคมนาคมไม่สะดวก นอกจากจะมีความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ เช่น พายุฝุ่นหรือพายุหิมะ ยังมีความเสี่ยงจากการถูกปล้น แต่เพื่อธุรกิจการค้าและผลกำไร ก็ยอมเสี่ยงที่จะนำสินค้าจากเมืองต่างๆ ดังกล่าวออกมาขายให้กับด้านตะวันออกที่เจริญแล้ว
 
         4. ให้ความสำคัญต่อวิธีการบริหารเงิน 
 
           เนื่องจากความยากจน ชาวซีอานจึงมีวิธีระดมทุนเพื่อทำธุรกิจโดยการร่วมหุ้นใน 3 ลักษณะ กล่าวคือ (1) คนในครอบครัวร่วมหุ้นกันทำธุรกิจ (2) เพื่อนๆ ร่วมหุ้นกันทำธุรกิจ และ (3) คนในตระกูลเดียวกันหรือในหมู่บ้านเดียวกันร่วมหุ้นกันทำธุรกิจ
 
         5. กลยุทธ์การตั้งที่มั่นอยู่ตอนกลาง 
 
            เนื่องจากซีอานเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนกลางของจีน สามารถเชื่อมโยงตะวันออกและตะวันตกของจีนได้ ดังนั้น นักธุรกิจซีอานจึงได้ใช้กลยุทธ์การตั้งฐานธุรกิจที่ตอนกลางของจีน      (ซีอาน) และไปเปิดสาขาอีก 2 แห่ง แห่งหนึ่งคือแหล่งผลิตสินค้า (ต้นทาง) อีกแห่งหนึ่งคือแหล่งกระจายสินค้า (ปลายทาง) เนื่องจากสินค้าบางชนิดต้องใช้เวลานานในการขนส่งจากแหล่งผลิตไปยังแหล่งกระจายสินค้า อาจจะเสียหายหรือเสื่อมคุณภาพได้ และบางครั้งก็จำเป็นต้องกักตุนสินค้าไว้เพื่อรอเก็งกำไร ผู้ที่ดูแลแหล่งผลิตจะได้เปรียบในเรื่องสินค้าราคาถูกที่สุดและคุณภาพดีที่สุด ในขณะที่ผู้ดูแลด้านการกระจายสินค้า ย่อมรู้ความเคลื่อนไหวของตลาด และสามารถขายได้ราคาดีกว่า
 
         6. รู้จักใช้อดีตให้เกิดประโยชน์สูงสุด
 
          นครซีอานเป็นเมืองวัฒนธรรม มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ มีโบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยวมากมาย และมีวัฒนธรรมหลากหลาย ส่านซีจึงให้ความสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว กล่าวคือพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว การคมนาคม แหล่งที่พัก สินค้าต่างๆ เช่น ภาพวาดและหยกเป็นต้น มีการเพิ่มมูลค่าด้วยการนำวัฒนธรรมหรือสิ่งของทางประวัติศาสตร์มาเป็นจุดขายให้กับนักท่องเที่ยว เช่น การนำตำนานในประวัติศาสตร์จีนมาแสดงเป็นละคร หรือวัฒนธรรมการแต่งกาย อาหารการกิน หรือวัตถุโบราณต่างๆ เป็นต้น ปัจจุบัน มีการศึกษาและจัดพิธีเซ่นไหว้บวงสรวงบรรพบุรุษจีนหวงตี้ ซึ่งได้กลายเป็นงานยิ่งใหญ่ประจำปีของมณฑลส่านซี  ดังนั้น การทำธุรกิจในด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็น่าจะเป็นอีกโอกาสหนึ่งสำหรับผู้ที่สนใจ
 
     คติพจน์ของนักธุรกิจส่านซี
 
     1. ฟ้าตกพื้นเลื่อน  ล้มแล้วต้องลุกขึ้นเอง
     2. ราคาถูกเกินไปไม่ขาย แพงเกินไปไม่ขาย เชื่อถือไม่ได้ไม่ขาย
     3. ความสุขของชีวิตคือมีที่ดิน 30 โหม่ว วัวหนึ่งตัว และลูกเมียอบอุ่น
     4. เวลาซื้อของต้องไม่จำกัดเวลา  เวลาขายต้องไม่ดื้อรั้น
     5. ความเคยชินจนเป็นนิสัย ที่สำคัญอยู่ที่เยาว์วัย
     6. พ่อค้าจะเป็นหรือตายขึ้นอยู่กับเงินเท่านั้น
     7. ทำการค้าต้องขยัน อย่าเกียจคร้าน หากเกียจคร้านทุกอย่างล้มเหลว  ต้องประหยัด อย่าสุรุ่ยสุร่าย  ความสุรุ่ยสุร่ายทำให้หมดตัว
     8. การคบเพื่อนต้องดูหน้าและการกระทำ  คนชอบฟ้องร้องเป็นคนใจหินและมีเล่ห์เหลี่ยม สามารถเปลี่ยนเพื่อนเป็นศัตรูได้อย่างไม่ปราณี คนชอบดื่มเหล้า นิสัยแม้จะอ่อนโยน ชอบช่วยเหลือผู้อื่นแต่มักจะประมาท คนชอบเล่นการพนันมีแต่ความไม่แน่นอนในชีวิต ในที่สุดก็ต้องพลาด คนชอบเที่ยวราตรีลอยไปลอยมา สุดท้ายต้องล่มจม
 

6.ข้อมูล-รายชื่อหน่วยงานที่ผู้ประการไทยพึงรู้
 
   เว็บไซต์สำคัญ
 
    Shaanxi Economic Information Network                 www.sei.sn.cn
    Shaanxi Government                                         www.shaanxi.gov.cn
 
 
 
 
  [ หน้าที่ 1 ]  
   
   
 

Copy Right © 2009 www.chineselawclinic.moc.go.th All Rights Reserved
เจ้าของลิขสิทธ์:สำนักงานยุทธศาสตร์การพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์
บริษัท ที่ปรึกษากฎหมายฟาร์อีสต์ จำกัด ,บริษัท โซซิโอ-เอคโคโนมิค คอนซัลแตนส์ จำกัด